สำรับงานผีตาโขน เป็นงานที่แสดงออกจากการสวมหน้ากากที่น่าเกลียดน่ากลัว ดั้งเดิมนั้นทำจากหวดนึ่งข้าวเหนียว แต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบเก่าไม่ใช้แล้ว เช่น ผ้า มุ้ง มาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยด้วยสีสันสวย สดใส ออกเดินร่วมขบวนไปกับขบวนแห่งานบุญหลวง ซึ่งจะจัดร่วมไปกับงานบุญหลวง ที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย จ.เลย ส่วนคำว่า "ผีตาโขน" นั้นสันนิษฐานได้อยู่ 2 ทาง คือ หนึ่ง มีที่มาจากเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดกว่า เมื่อพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเสด็จออกจากป่า กลับคืนสู่เมืองนั้น บรรดาผีป่าและสิงสาราสัตว์ทั้งหลายต่างพากันแฝงเร้นมากับชาวบ้านเพื่อรอส่งกลับบ้านกลับเมือง จึงเรียกกันว่า ผีตามคน จนกระทั่งเพี้ยนเสียงมาเป็น ผีตาโขน
อีกทางหนึ่ง คือ เชื่อว่าประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นเพื่อบวงสรวงบูชาดวงวิญญาณบรรพชน เนื่องจากชาวด่านซ้ายเชื่อกันว่า บรรพชนที่เสียชีวิตไปแล้วจะกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์หรือความหายนะกับบ้านเมืองได้ เพื่อให้เป็นที่พอใจของดวงวิญณาณบรรพชน ชาวบ้านจึงจัดให้มีการละเล่นผีตาโขนขึ้น ซึ่งจะจัดรวมไปกับงานบุญผะเหวด งานบุญสงกรานต์ งานบุญบั้งไฟและงานบุญซำฮะ ในช่วงรอยต่อของเดือนมิถุนายนจนถึงช่วงต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปี มีขบวนแห่ทั้ง ผีตาโขนใหญ่ และผีตาโขนเล็ก ด้านเศรษฐกิจและบรรยากาศของงานที่ผ่าน ๆมา บรรดานักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปหลั่งไหลเข้าเที่ยวชมกว่า 50,000 คนต่อปี มีเม็ดเงินทะลักสู่เมืองด่านซ้ายและ ภูเรือ มากกว่า 100 ล้านในช่วงจัดงาน 3 วัน นักท่องเที่ยวสามารถสวมใส่ชุดผีตาโชนและร่วมแสดง ละเล่นกันอย่างสนุกสนาน
แต่มา 2 ปีหลังประสบกับสถานการณ์การรพบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีมาตรการเข้มงวดด้านต่างๆ จึงต้องอนุรักษ์สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีอันยิ่งใหญ่ทีมีแห่งเดียวของจังหวัดเลย ของประเทศไทยและของโลก"งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน" เมืองด่านซ้าย จ.เลย นี้ โดยจัดงานแบบ NEW NOMALL