“วิกฤตนี้ไม่อาจแก้ด้วย อำนาจนิยมทางศีลธรรม ที่บังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้สังคมไหลไปสู่ “สัมพัทธนิยมไร้ทิศทาง” ที่ทุกข้ออ้างทางคุณธรรม ถูกมองว่าเท่าเทียมกันทั้งหมด ทางออกคือการสร้างชาติที่จริงจัง ทางคุณธรรมโดยไม่บีบบังคับ เปิดรับความหลากหลายโดยไม่ไร้ทิศทาง อดทนต่อ ความแตกต่างโดยไม่เฉยชาต่อความอยุติธรรม และก้าวทันยุคสมัยอย่างไม่กลวงเปล่าทางจิตวิญญาณ”
ดังนั้น เพื่อสร้างชาติในบริบทโลก ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ได้เสนอ 3 พันธกิจสำคัญ ได้แก่
1) การฟื้นฟูความจริงให้เป็นสมบัติสาธารณะ เพราะไม่มีชาติใดสร้างได้บนคำโกหก ความจริงไม่ใช่เพียง คุณธรรมส่วนบุคคล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ของชีวิตสาธารณะ สังคมจึงต้องปกป้องสถาบัน หน่วยงาน หรือองค์กรที่แสวงหาความจริง เสรีภาพทางวิชาการ ข้อมูลที่โปร่งใส สื่อที่มีจริยธรรม และพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถ ตรวจสอบ แก้ไข และเรียนรู้ร่วมกันได้
2) การสร้างจริยธรรม แห่งความรับผิดชอบ เพราะถ้าภาษาทางคุณธรรมไม่มีผลในทางปฏิบัติ คำว่า “ความยุติธรรม” “ความซื่อสัตย์” และ “ศักดิ์ศรี” จะเหลือเพียงวาทกรรมประดับสุนทรพจน์ ความรับผิดชอบต้องเกิดทั้งในระดับบุคคล สถาบัน และชาติ โดยประชาชนไม่เพียงถามว่า “ฉันมีเสรีภาพทำอะไรได้บ้าง” แต่ต้องถามว่า “สิ่งที่ฉันทำกระทบใครบ้าง” ขณะที่สถาบันต้องใช้กติกาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ลงโทษคอร์รัปชัน และถือว่าตำแหน่งสาธารณะคือความไว้วางใจ ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว
และ 3) ลงทุนในการศึกษาบนฐานคุณธรรม กล่าวคือ ไม่ใช่การปลูกฝังแบบยัดเยียด แต่คือการบ่มเพาะมนุษย์ ให้มีความสามารถวินิจฉัยความจริงทางคุณธรรม รู้จักถามว่าอะไรจริง อะไรถูก อะไรยุติธรรม ใครถูกทำร้าย ใครถูกกีดกัน และผลลัพธ์ระยะยาวคืออะไร การศึกษาบนฐานคุณธรรมต้องสร้าง 3 ความสามารถ ได้แก่ การให้เหตุผลทางคุณธรรม ความเห็นอกเห็นใจทางคุณธรรม และความกล้าหาญทางคุณธรรม
ทั้งนี้ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ยังได้เสนอการนำกรอบคิด "ธรรมะสากล" (Universal Dhamma) ซึ่งไม่ใช่หลักศาสนาที่คับแคบ แต่เป็นเส้นขอบทางคุณธรรมศีลธรรมร่วมกันของมนุษยชาติ (Shared moral horizon) ประกอบด้วย 10 หลักธรรมะ ประกอบไปด้วย มนุษยธรรมนิยม มนุษยนิยม เสรีธรรมนิยม สิทธิเสมอหน้าที่นิยม ยุติธรรมนิยม ภราดรธรรมนิยม สามัคคีธรรมนิยม สันติธรรมนิยม อภัยธรรมนิยม สิ่งแวดล้อมนิยมเพื่อ ประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนสังคม และการสร้างชาติอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมกันนี้ ยังได้เสนอให้ริเริ่มโครงการ Global Moral Formation Initiative โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำขับเคลื่อน ผ่านการพัฒนา ระดับความรู้ทางคุณธรรมศีลธรรมของพลเมือง การฝึกอบรมผู้นำ การพูดคุยข้ามวัฒนธรรม และการพัฒนาเยาวชนบนฐานธรรมะสากล
"เมื่อชาติค้นพบเข็มทิศทางคุณธรรมอีกครั้ง ชาติย่อมค้นพบ อนาคตของตนเอง" (When a nation rediscovers its moral compass, it rediscovers its future) ซึ่งนี่คือภารกิจ สำคัญที่สุดของการสร้างชาติในยุคสมัยของเรา” ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว
จากนั้นเป็นเวทีเสวนาโต๊ะกลมผู้นำโลก มีศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาตินานาชาติ นายมาซาฮารุ นากางาวะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งประเทศญี่ปุ่น ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายกร ทัพพะรังสี อดีตรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 64 ของประเทศไทย นายแจจิน ฮัน ผู้อำนวยการบริหาร สภาการน้ำแห่งเอเชีย สาธารณรัฐเกาหลี นายไซมอน มอแรน ประธานหอการค้าออสเตรเลีย-ไทย และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลาบาสซา โฮลดิ้งส์ จำกัด นายราวี ซอว์นีย์ อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UN ESCAP) และ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ดำเนินการอภิปรายโดย ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โ”ดยคณะผู้นำระดับโลก ได้ร่วมเวทีเสวนาเพื่อร่วมแสวงหาทางออกของมนุษยชาติ ว่าจะรักษาเสถียรภาพของสังคม ความเป็นปึกแผ่นของชาติ และสันติภาพของโลกไว้ได้อย่างไร
สำหรับการประชุมใหญ่นานาชาติ ครั้งที่ 10 ว่าด้วยการสร้างชาติ สุขสภาพ และสันติภาพ ในโลกแห่งความคลุมเครือทางคุณธรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้นำ นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ทรงคุณวุฒิจากกว่า 30 ประเทศทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการสร้างชาติ สุขสภาพ และสันติภาพ ท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน และอีกกว่า 3,000 คน ผ่านระบบออนไลน์นับเป็นการ รวมพลังทางปัญญาระดับนานาชาติครั้งสำคัญในงาน ในครั้งนี้อย่างกว้างขวาง