ขณะที่ บริเวณชายหาดยังมีการวางทุ่นสำหรับรองรับเรือนำเที่ยว ซึ่งในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูมรสุม สามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นฝั่งได้ และมีการเรียกเก็บค่าบริการในลักษณะเดียวกัน
นายพลพีร์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการเห็นสภาพปัญหาจริง หลังได้รับรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประเด็นแนวเขตพื้นที่ ส.ป.ก. และพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งบริเวณด้านหลังจุดให้สัมภาษณ์เป็นพื้นที่ที่มีการอ้างเอกสารสิทธิ น.ส.3
“ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมที่ดินตรวจสอบแล้วว่าเอกสารดังกล่าวออกเมื่อใด และออกมาได้อย่างไร เพราะพื้นที่บริเวณนี้ เป็นทั้งพื้นที่ป่าไม้ และ ส.ป.ก. จึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะออกเอกสาร น.ส.3 ได้ หากพบความผิดปกติจะต้องเสนอให้อธิบดีกรมที่ดินตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง” นายพลพีร์ กล่าว
ส่วนการเรียกเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว ที่ใช้เส้นทางลงหาด รวมถึงการตั้งร่ม เก้าอี้ชายหาด และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นทรัพย์สินของรัฐ ไม่สามารถนำไปประกอบกิจการเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวได้ จึงจำเป็นต้องลงมาดูสภาพพื้นที่จริงว่ามีการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานการยิงข่มขู่เจ้าหน้าที่ นายพลพีร์ กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย แต่ยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะดำเนินการอย่างรอบคอบและปลอดภัย พร้อมย้ำว่าที่ดินทุกแปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กำลังเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่หาดฟรีดอมที่มีการอ้างเอกสาร น.ส.3
สำหรับนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ทุกอย่างดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยในวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จะมีการหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการ รวมถึงข้อจำกัดจากกฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง
“ผู้ประกอบการรายใดที่ยังมีปัญหาเรื่องใบอนุญาต หรือถูกขูดรีด ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ถูกผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียกดดัน ขอให้เข้ามาพูดคุยกับพวกเราโดยตรง เราอยากรู้ว่าอุปสรรคที่แท้จริงคืออะไร และใครคือคนที่ทำให้ท่านต้องอยู่นอกระบบ”
นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนและนายวรศิษฎ์ ขอให้คำมั่นว่าจะทำให้คนภูเก็ตสามารถประกอบอาชีพได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเผชิญการข่มขู่ การรีดไถ หรืออิทธิพลมืด พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่การปิดภูเก็ต แต่ต้องการทำให้ชาวภูเก็ตและผู้ประกอบการสามารถดำรงชีวิตและทำธุรกิจได้อย่างมีความสุขภายใต้กฎหมาย
ส่วนข้อกล่าวหาที่มีการเชื่อมโยงส่วยกับข้าราชการระดับสูงในจังหวัด นายพลพีร์ กล่าวว่า หากทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่มีใครสามารถเรียกเก็บผลประโยชน์ได้ แต่ที่ผ่านมาอาจมีการอาศัยช่องว่างของกฎหมาย และระบบราชการไปเอาเปรียบประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยยอมรับไม่ได้ จึงต้องลงมาดำเนินการด้วยตนเอง
“เรื่องนี้ไม่ได้มาวันนี้แล้วพรุ่งนี้จบ เรามีแผน 2 แผน 3 แผน 4 และยังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องกลับมาติดตาม เพื่อทำให้สำเร็จจริง”
นอกจากนี้ นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงกรณีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับจังหวัดว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่าใครจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด แต่สิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน
เมื่อถูกถามถึงกระแสวิจารณ์ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถมีบทบาทจนถึงขั้นทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดถูกย้ายได้ นายพลพีร์ ตอบว่า “ที่นายกรัฐมนตรีส่งผมมา ไม่ได้ส่งมาเพื่อทำให้เสร็จ แต่ส่งมาทำให้สำเร็จ มันต่างกัน ขอเวลาให้พวกเราจัดระบบกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ สักระยะ แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ ใครอยู่เหนือกฎหมาย เราจับหมด”
ด้านนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พื้นที่หาดฟรีดอมอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น สามารถดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิม ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่