สภาเดือด! ซักฟอกแลนด์บริดจ์ล้านล้าน แฉทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน
28 พ.ค. 2569 | titayu_pur

สภาฯ เดือด! เปิดศึกซักฟอก "แลนด์บริดจ์" โปรเจกต์ล้านล้าน "กรณ์" ซัดสมมติฐานลวงโลก - "ภคมน" แฉทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน - "ภูมิใจไทย" โต้สร้างงาน 2.8 แสนตำแหน่ง
ข่าว
28 พ.ค. 2569 | titayu_pur

สภาฯ เดือด! เปิดศึกซักฟอก "แลนด์บริดจ์" โปรเจกต์ล้านล้าน "กรณ์" ซัดสมมติฐานลวงโลก - "ภคมน" แฉทุนใหญ่กว้านซื้อที่ดิน - "ภูมิใจไทย" โต้สร้างงาน 2.8 แสนตำแหน่ง
KEY
POINTS
28 พฤษภาคม 2569 จับตาศึกวาระร้อนกลางสภา เมื่อฝ่ายค้านรุมถล่ม โครงการแลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจกต์ล้านล้าน ชี้เสี่ยงทำลายเศรษฐกิจ และเอื้อผลประโยชน์กลุ่มทุน ด้าน กรณ์ จาติกวณิช ทุบโต๊ะสมมติฐานลวงโลก ต้นทุนขนส่งจริงพุ่งกระฉูด ยันบริษัทเรือไม่ใช้แน่ พร้อมแนะทางออกโมเดล เซาท์เทิร์นคอนเน็ค ขณะที่พรรคประชาชนส่ง ภคมน หนุนอนันต์ แฉปมกฎหมายเอื้อต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี และขบวนการนายทุนกว้านซื้อที่ดิน ฮุบทำเลทองทำลายวิถีชีวิตชุมชน
วันนี้ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการพิจารณาญัตติด่วนขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง หรือ "โครงการแลนด์บริดจ์" (Landbridge) เพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์เรือธงที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ท่ามกลางคำถามสำคัญถึงความโปร่งใส ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้เสนอญัตติ ได้เปิดฉากอภิปรายโดยชี้ให้เห็นว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นเมกะโปรเจกต์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและถาวรต่อระบบเศรษฐกิจ สถานะทางการคลัง ระบบนิเวศ และความมั่นคงของประเทศ
นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการแถลงนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีต่อสภาฯ ที่ไม่มีการเอ่ยถึงโครงการมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาทนี้แม้แต่คำเดียว โดยตั้งคำถามว่า อาจเป็นการ "ลืม" "ยังไม่ได้คิด" หรือ "จงใจปกปิด" เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ หรือไม่อย่างไร
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการ "ทุบ" สมมติฐานด้านความคุ้มค่า นายกรณ์ ระบุว่า รัฐบาลอ้างว่าแลนด์บริดจ์ จะช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน แต่ในความเป็นจริง เรือคอนเทนเนอร์ขนาด 20,000 TEU ที่วิ่งผ่านช่องแคบมะละกา มีต้นทุนการเดินเรือประมาณ 90 ล้านบาทต่อเที่ยว
หากใช้แลนด์บริดจ์ แม้จะประหยัดเวลาได้ 4 วัน (ซึ่งบริษัทเรือระบุว่าจริง ๆ ได้เพียง 2 วัน) แต่ค่าใช้จ่ายรวม ทั้งค่าระวางรถไฟ ค่าขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นลง และค่าผ่านท่า จะพุ่งสูงถึง 220-270 ล้านบาท
"บริษัทเดินเรือทุกเจ้าพูดเสียงเดียวกันว่า สร้างมาก็ไม่ใช้ เพราะต้นทุนสูงขึ้นถึง 180 ล้านบาท และการต้องรอคิวเทียบท่าเพื่อขนตู้คอนเทนเนอร์ 20,000 ตู้ขึ้นรถไฟ 100 ขบวน ไม่มีทางประหยัดเวลาได้จริง" นายกรณ์ย้ำ พร้อมระบุว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็กำลังจะมีโครงการที่คล้ายคลึงกัน และเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
ทั้งนี้ นายกรณ์ได้นำเสนอโมเดล "เซาท์เทิร์น คอนเน็ค" (Southern Connect) ซึ่งเป็นการสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมกรุงเทพฯ-นราธิวาส-มาเลเซีย ควบคู่ไปกับการเร่งรัดรถไฟทางคู่รางไฟฟ้าสายใต้จนถึงมาเลเซีย แทนที่จะทุ่มเงินมหาศาลกับแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า โครงการเหล่านี้ใช้เงินไม่ถึง 7 แสนล้านบาท แต่สร้างประโยชน์ให้คนใต้ทุกจังหวัดอย่างแท้จริง และไม่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม หรือความมั่นคงเท่าแลนด์บริดจ์
นายกรณ์ จึงเสนอให้สภาฯ ตั้ง กมธ. เพื่อทำงานคู่ขนานกับรัฐบาล ป้องกันไม่ให้โครงการนี้ เปลี่ยนโฉมประเทศในทางที่เป็นภัย
ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้ระบุว่า ภายใต้คำโฆษณาเรื่องโอกาสทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกลับซ่อนเงื่อนงำทางกฎหมาย ผ่านร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่จะมอบอำนาจ "รัฐเหนือรัฐ" ให้คณะกรรมการชุดหนึ่งสามารถอนุมัติสิทธิเช่าที่ดิน ให้ต่างชาติได้ยาวนานถึง 99 ปี และเปิดทางให้แรงงานต่างชาติ เข้ามาแย่งอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย
น.ส.ภคมน ยังได้เปิดเผยข้อมูลการกว้านซื้อที่ดินอย่างหนัก ในพื้นที่ชุมพรและระนอง โดยระบุถึงกลุ่มทุนที่คนในพื้นที่เรียกว่า "อาม่า" ซึ่งเข้าไปกว้านซื้อที่ดินแม้แต่ภูเขาที่แหลมริ่วทั้งลูก
"นายทุนกว้านซื้อที่ดินห่างจากจุดเวนคืน 200 เมตร ซื้อทั้งที่มีโฉนดและไม่มีโฉนด โดยอ้างว่าสามารถออกโฉนดได้ภายหลัง มีการบีบให้ชาวบ้านขายที่ดินแล้วให้เช่าที่ดินตัวเองในราคาปีละ 5 หมื่นบาท" น.ส.ภคมนกล่าว พร้อมตั้งคำถามว่านี่คือการพัฒนาเพื่อคนใต้ หรือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องและทุนใหญ่กันแน่
น.ส.ภคมน ระบุว่า รัฐบาลใช้ "เล่ห์กล" ในการรับฟังความคิดเห็น โดยการซอยโครงการย่อย เช่น การสร้างรถไฟทางคู่หรือมอเตอร์เวย์ MR8 โดยไม่บอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของแลนด์บริดจ์ เพื่อให้ชาวบ้านเซ็นยอมรับโดยไม่รู้ตัวว่า กำลังเปิดทางให้เมกะโปรเจกต์ที่อาจทำลายวิถีชีวิต
น.ส.ภคมน ยังเสนอให้รัฐบาลกลับมาโฟกัส ที่การยกระดับท่าเรือระนอง ท่าเรือสงขลา และการเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า
ด้าน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า โดยชี้ให้เห็นถึง "ยุทธศาสตร์เชิงตำแหน่ง" (Geographic Location) ของไทยที่เป็นจุดเชื่อมสองมหาสมุทร โดยยืนยันว่า โครงการนี้ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณรัฐทั้งหมด แต่จะเน้นการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติผ่านระบบ PPP
คาดการณ์ว่าจะเกิดการจ้างงานสูงถึง 280,000 ตำแหน่ง และจะนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อุตสาหกรรมสีเขียวและสินค้าฮาลาล
นายคงกฤษ ยอมรับว่า อาจมีผลกระทบบ้าง แต่รัฐบาลมีมาตรการป้องกันและเยียวยาที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่า สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องความคุ้มค่าและการชดเชย ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน
ข่าวล่าสุด