"วีระ" ชี้เป้า "เอกสารคาดดำ" คือคำตอบ ปม "นาฬิกาเพื่อน" จึงต้องปกปิดบิดเบือน
27 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

"วีระ" ชี้เป้า "เอกสารคาดดำ" คือคำตอบ ปม "นาฬิกาเพื่อน" จึงต้องปกปิดบิดเบือน ทำอดีต ป.ป.ช. โดนคุกไม่รอลงอาญา
ข่าว
27 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

"วีระ" ชี้เป้า "เอกสารคาดดำ" คือคำตอบ ปม "นาฬิกาเพื่อน" จึงต้องปกปิดบิดเบือน ทำอดีต ป.ป.ช. โดนคุกไม่รอลงอาญา
27 พฤษภาคม 2569 ย้อนกลับไปเมื่อ (วันที่ 13 สิงหาคม 2566) นายวีระ สมความคิด เคยโพสต์ข้อความและเผยแพร่ภาพเอกสาร
คดีนาฬิกาเพื่อนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งให้ตนเอง
โดยระบุว่า เป็นการเปิดเอกสารหมายเลข 1 รายงานผลการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ส่งให้กับนายวีระ สมความคิด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ทว่ากลับเป็นการให้ข้อมูลในลักษณะปกปิด (คาดแถบดำทับข้อความ) และให้กระดาษเปล่าในส่วนที่เป็นสรุปความเห็นเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน (จำนวน 15 หน้า ตั้งแต่หน้าที่ 75 ถึงหน้าที่ 90)
เอกสารหมายเลข 1 นี้ ป.ป.ช. ถูกบังคับจากศาลปกครองสูงสุด ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.789/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ.224/2566 เมื่อนำเอกสารหมายเลข 1 มาตรวจสอบดู ทั้งที่มีความพยายามปกปิดและบางส่วนให้กระดาษเปล่า ก็ยังพบประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งเชื่อว่ามีความพยายามช่วยกันปกปิด บิดเบือนความจริงเกี่ยวกับที่มาของนาฬิกาทั้งหมด ที่สำคัญพยานบางปากก็เชื่อว่ามีการให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ช. มีการแก้และกลับคำให้การเพื่อยืนยันว่านาฬิกาเหล่านั้นเป็นของนายปัฐวาท พยานบางคนยืนยันว่านายปัฐวาทมีนาฬิกาทั้งหมดมากกว่า 130 เรือน แต่กลับขัดแย้งหรือไม่ตรงกับข้อมูลที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้จัดการมรดกของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ได้เคยให้ข้อมูลไว้กับคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ว่าไม่พบนาฬิกาจำนวนดังกล่าวในกองมรดกของนายปัฐวาทแต่อย่างใด
นายวีระเชื่อว่า เป็นเพราะความไม่สมเหตุสมผลและความไม่โปร่งใสดังกล่าว จึงทำให้มีความพยายามปกปิด ไม่ยอมให้เอกสารชุดนี้แก่ตนตั้งแต่แรก เพราะกลัวความจริง ความชั่ว ความเลว ความระยำจะปรากฏต่อสังคมใช่หรือไม่? พร้อมทิ้งท้ายว่า วันนี้เอาแค่น้ำจิ้มเพียงเท่านี้ก่อน เอาไว้รอเปิดเอกสารฉบับเต็มที่ไม่ถูกปกปิดคาดดำ และได้ข้อความที่สมบูรณ์ถูกต้องครบถ้วน จะน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้หลายเท่านัก
“เอกสารคาดดำ” ชนวนเหตุ สองอดีต ป.ป.ช. โดนคุก
เอกสารที่ถูก "คาดดำ" ปิดบังเนื้อหา จนทำให้นายวีระ สมความคิด ปฏิเสธที่จะรับมอบเนื่องจากมองว่าเป็นการเจตนาปกปิดข้อมูลอย่างไม่โปร่งใส ได้ส่งผลล่วงเลยมาจนถึงคำพิพากษาล่าสุดที่ศาลสั่งจำคุกอดีตกรรมการ ป.ป.ช. 2 ราย เป็นเวลา 3 ปี คือเอกสารในสำนวนคดีตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาหรูของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยจุดที่มีการคาดดำและปิดทับข้อความจนไม่สามารถอ่านเนื้อหาได้ มีรายละเอียดดังนี้
1. จุดสำคัญในเอกสารที่ ป.ป.ช. นำหมึกสีดำมาคาดทับ
จากการเปิดเผยของนายวีระ หลังจากได้รับเอกสารจำนวนกว่า 400 หน้า พบว่า ป.ป.ช. ได้ทำหมึกดำปิดทับเนื้อหาสำคัญในเอกสาร 3 รายการหลัก ได้แก่
-รายชื่อพยานและบุคคลที่ให้ถ้อยคำ: ป.ป.ช. อ้างว่าเพื่อเป็นการ "คุ้มครองบุคคลที่ให้ข้อมูล" หรือแหล่งข่าว จึงทำการคาดดำปิดบังชื่อ-นามสกุล และตำแหน่งของบุคคลเหล่านั้น
-เนื้อหาคำให้การและข้อเท็จจริงในสำนวน: ข้อความในส่วนที่พยานชี้แจง รวมถึงรายละเอียดพยานหลักฐานที่ ป.ป.ช. ใช้แสวงหาข้อเท็จจริงในคดี มีลักษณะถูกถมดำกินเนื้อหาเป็นแถบกว้าง จนไม่สามารถอ่านเข้าใจหรือนำไปตรวจสอบต่อได้
-ข้อคิดเห็นและเหตุผลของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.: ส่วนที่แสดงความคิดเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน รวมถึงรายละเอียดในรายงานการประชุมของบอร์ด ป.ป.ช. ในจุดที่มีการอภิปรายถึงเหตุผลในการตีตกคดีนี้
2. ส่งกระดาษเปล่า / ถ่ายเอกสารไม่ชัด
นายวีระระบุในครั้งนั้นว่า นอกจากการคาดดำแล้ว บางส่วนยังส่งมาเป็นหน้ากระดาษเปล่า หรือจงใจถ่ายเอกสารให้มัวจนอ่านไม่ออก ซึ่งทางเลขาธิการ ป.ป.ช. ได้เคยโต้แย้งต่อศาลว่าเป็นเพราะขั้นตอนการสำเนาเอกสารอาจจะไม่ชัดเจนเอง ไม่ได้เจตนาแกล้งส่งกระดาษเปล่า
3. เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ ป.ป.ช. บังคับให้นายวีระเซ็น
นอกเหนือจากการส่งเอกสารที่มีรอยคาดดำแล้ว นายวีระยังเปิดเผยในคราวนั้นว่า ป.ป.ช. ได้แนบเงื่อนไขมาด้วย โดยบังคับให้เซ็นชื่อในใบรับรองว่าจะไม่นำเอกสารชุดนี้ไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งนายวีระมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้ "เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส"
ผลทางกฎหมาย
การที่ ป.ป.ช. นำเอกสารคาดดำและปกปิดข้อมูลมาส่งมอบ ส่งผลให้นายวีระยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีความคืบหน้าครั้งสำคัญที่สุด เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ (อดีตประธาน ป.ป.ช.) และ น.ส. สุภา ปิยะจิตติ (อดีตกรรมการ ป.ป.ช.) เป็นเวลาคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ปัจจุบันอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 2 ราย ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป)
ศาลวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาเดียวมาตั้งแต่ต้นที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เพื่อมิให้นายวีระได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย
#นาฬิกาเพื่อน #เอกสารคาดดำ #วีระสมความคิด #คุก3ปี #ปปช #ประวิตรวงษ์สุวรรณ #มาตรา157 #ทุจริต #ข่าวการเมือง #แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน #ความจริงต้องปรากฏ
ภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Veera Somkwamkid
ข่าวล่าสุด