ด่วน! ศาลสั่งจำคุก "วัชรพล-สุภา" 3 ปี อดีต ป.ป.ช. ปกปิดข้อมูลนาฬิกา "บิ๊กป้อม"
27 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

ด่วน! ศาลสั่งจำคุก "วัชรพล-สุภา" 3 ปี อดีต ป.ป.ช. ไม่รอลงอาญา ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ปมปกปิดข้อมูลนาฬิกา "บิ๊กป้อม"
ข่าว
27 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

ด่วน! ศาลสั่งจำคุก "วัชรพล-สุภา" 3 ปี อดีต ป.ป.ช. ไม่รอลงอาญา ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ปมปกปิดข้อมูลนาฬิกา "บิ๊กป้อม"
KEY
POINTS
27 พฤษภาคม 2569 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อท60/2569
ที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 นายวรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. จำเลยที่ 2 พร้อมพวกรวม 12 คน มีส่วนปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
โจทก์ฟ้อง ความว่า โจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชน เป็นประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการด้านภัยคอร์รัปชัน จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำเลยที่ 3-12 เป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เมื่อระหว่างวันที่ 22 ส.ค.2562 ต่อเนื่อง ถึงวันที่ 23 พ.ค.2567 จำเลยทั้ง12 เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรม ดังนี้
1. จำเลยที่ 2,3,4,5,6,7,8,9 เเละ10 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยเพิกเฉยไม่ส่งมอบข้อมูลข่าวสารที่โจทก์ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนกรณี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
โดยไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือราคาแพงอยู่เป็นจำนวนมากและ แหวนประดับมีค่าหลายรายการ ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหาร ราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย มีคำวินิจฉัยให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่โจทก์ 3 รายการ คือ
(1) รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด
(2) ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบ
และ (3) รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ขอให้ดำเนินการไต่สวนพลเอกประวิตร ดังกล่าว
2. จำเลยที่1,2,3,8,7,9,11 และ 12 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่ให้จำเลยเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่โจทก์ 3 รายการ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย
3.จำเลยที่ 1,2,3,8,7,9,11 และ 12 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งให้ ป.ป.ช. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสุดคดีหมายเลขแดงที่ อ.228/2566 โดยให้เปิดเผยข้อมูลคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชร แก่โจทก์ 3 รายการ
ได้แก่ (1 ) รายการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในคดียืมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของพลเอกประวิตร
(2) ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ และ
(3) รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรืองนี้ ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 11 ส.ค.2566
4. จำเลยที่ 1,2,3,8,7,9,11 และ 12 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยฝ่าฝืน การปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองกลาง เป็นเหตุให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งปรับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 รายละ 5 พันบาท การกระทำของจำเลยทั้ง12 เป็นการสมคบกัน ร่วมกันปกปิดข้อความจริงที่เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการปกปิดบัญชีทรัพย์สินของพลเอกประวิตรโดยมิชอบ
แม้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายจะมีคำวินิจฉัย และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเปิดเผยข้อมูลนั้นแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้ง 12 ก็ยังร่วมกันฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด จนศาลปกครองกลางต้องมีคำบังคับและลงโทษปรับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง
ฐานไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ในที่สุด ป.ป.ช.
โดยจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือด่วนที่สุด แจ้งให้โจทก์ไปรับเอกสารตามคำบังคับของศาล แต่จำเลยที่ 1 กับพวก กลับส่งมอบเอกสารไม่ครบตามคำพิพากษาของศาลปกครองสุดและมีการคาดสีดำทับตัวอักษรและปกปิดข้อความหลายส่วน การกระทำของจำเลยทั้ง 12 เป็นความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ประกอบมาตรา 83 เหตุเกิดที่ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157
ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 อ้างว่าจำเลยที่ 4 ครบวาระการดำรง ตำแหน่งอายุ 70 ปี ไปก่อนเกิดเหตุ ศาลมีคำสั่งอนุญาตชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาว่า พฤติการณ์การกระทำของจำเลยที่ 3,7,8 และที่ 11 ที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด มีมูลว่าเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 3,7,8 เเละที่ 11 ไว้พิจารณาต่อไป ยกฟ้องจำเลยที่ 1,2,5,6,9,10 เเละ12
ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8-11 ศาลอนุญาต
วันสืบพยาน โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3,7 ศาลยกคำร้อง ด้วยเหตุคำร้องของขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 วินิจฉัยว่า "..โจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชนทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการต้านภัยคอร์รัปชัน การที่โจทก์ขอข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ล้วนแต่เป็นไปเพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังศาลปกครองสูงสุดก็ได้พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินในเรื่องที่กล่าวหาว่ามีการกระทำการโดยทุจริต
โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 และที่ 7 และเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28(2) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทจริตและประพฤติมิชอบ มาตรา 6 วรรคหนึ่ง...
การกระทำของจำเลยที่ 3,7 เป็นความผิดตามฟ้อง แต่มีเจตนาเดียวเพื่อมิให้โจทก์ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการตั้งแต่ต้น จึงเป็นการกระทำกรรมเดียว..."พิพากษาว่า จำเลยที่ 3,7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 3 ปี
โดยภายหลังมีคำพิพากษา พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ จำเลยที่ 3 และ นางสาว สุภา ปิยะจิตติ จำเลยที่ 7 ได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวคนละ 400,000 บาท โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
สำหรับรายชื่อจำเลยประกอบด้วย
1. นายนิวัติไชย เกษมมงคล
2.นายวรวิทย์ สุขบุญ
3.พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ
4.นายปรีชา เลิศกมลมาศ
5.พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง
6.นายณรงค์ รัฐอมฤต
7.นางสาวสุภา ปิยะจิตติ
8.นายวิทยา อาคมพิทักษ์
9.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ
10.พลเอกบุณยวัจน์ เครือหงส์
11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
#จำคุกปปช #วัชรพลประสารราชกิจ #สุภาปิยะจิตติ #นาฬิกาบิ๊กป้อม #วีระสมความคิด #มาตรา157 #ศาลอาญาคดีทุจริต #ปปช #ประวิตรวงษ์สุวรรณ #ข่าวลึกประจำวัน
ภาพและข้อมูลบางส่วนจาก ย้อนมหากาพย์ ‘นาฬิกาหรู’ จุดด่างพร้อย ‘ประวิตร’ 9 ปีบนหลังเสือ
ข่าวล่าสุด