ศาลคดีทุจริตฯ นัดชี้ชะตา 12 ป.ป.ช. "คดีนาฬิกาเพื่อน" 27 พ.ค.นี้
26 พ.ค. 2569 | katchatapong_lee

ศาลคดีทุจริตฯ นัดชี้ชะตา 12 กรรมการ ป.ป.ช. "คดีนาฬิกาเพื่อน" พรุ่งนี้ (27 พ.ค.) นี้ - จับตาจำเลยเตรียมฟ้อง "วีระ" กลับฐานกลั่นแกล้ง
ข่าว
26 พ.ค. 2569 | katchatapong_lee

ศาลคดีทุจริตฯ นัดชี้ชะตา 12 กรรมการ ป.ป.ช. "คดีนาฬิกาเพื่อน" พรุ่งนี้ (27 พ.ค.) นี้ - จับตาจำเลยเตรียมฟ้อง "วีระ" กลับฐานกลั่นแกล้ง
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 นัดฟังคำพิพากษากรณีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ให้ดำเนินการกับนายนิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 นายวรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. จำเลยที่ 2 พร้อมทั้งจำเลยรายอื่นอีก 12 คน ประกอบด้วย
1. นายนิวัติไชย เกษมมงคล
2. นายวรวิทย์ สุขบุญ
3. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
4. นายปรีชา เลิศกมลมาศ
5. พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง
6. นายณรงค์ รัฐอมฤต
7. นางสาวสุภา ปียะจิตติ
8. นายวิทยา อาคมพิทักษ์
9. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ
10. พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์
11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
12. นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
เนื่องจากทั้ง 12 คน มีส่วนในการปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยศาลอาญาฯรับคดีนี้ไว้พิจารณา (เลขคดีดำอท.95/2567) นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า คดีดังกล่าวได้มีการทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายราย เนื่องจาก ทราบข้อเท็จจริงหลังยื่นฟ้อง เช่น นายสุชาติ และนางสุวณา ได้ลงมติเสียข้างน้อย โดยเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้เปิดเผยข้อมูลสอบคดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร แต่มีเงื่อนไขให้ปิดทับชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย 2 เสียง คือนายสุชาติ และนางสุวณา มีความเห็นให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด และในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในศาลนั้น ทนายความของนายสุชาติ และนางสุวณา ได้เเสดงการมติดังดล่าว แต่โจทก์ไม่ถอนฟ้องนายสุชาติ กับนางสุวณา จนศาลมีคำสั่งยกฟ้อง นายสุชาติกับนางสุวณา
นอกจากนี้ ยังมีการยื่นถอนฟ้องจำเลยอื่น ๆ เช่น นายณัฐจักร, นายปรีชา เป็นต้น ส่วนนางสาวสุภา กับพล.ต.อ.วัชรพล ศาลไม่ให้โจทก์ถอนฟ้อง
ทั้งมีรายงานระบุว่า การฟ้องคดีดังกล่าวของโจทก์ อาจจะเข้าข่ายมีเจตนาใช้สิทธิผิดเจตนารมณ์ทางกฎหมาย เนื่องจากช่วงเวลาที่ยื่นฟ้องใกล้เคียงกับการเลือกประธาน ป.ป.ช. คนใหม่ เพราะในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นมีความชัดเจนแล้วว่า นายสุชาติ และนางสุวณา ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ได้มีการยื่นฟ้อง โดยทนายความของนายสุชาติ และนางสุวณา แสดงบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 ธันวาคม 2566 ไปคัดค้านการฟ้องต่อศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่โจทก์ยืนยันไม่ถอนฟ้องนายสุชาติ และนางสุวณา จนศาลต้องมีคำสั่งยกฟ้อง
“เป็นที่น่าสังเกตว่า การที่โจทก์ทยอยถอนฟ้องจำเลยอื่น ๆ นั้น มีข้อวังเกตว่า เมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วแสดงว่า คดีมีมูลพอจะพิพากษาได้ แต่เหตุใดโจทก์จึงถอนฟ้องจำเลย โดยคาดการณ์ว่า โจทก์มีเจตนาฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งฟ้องจำเลยทั้งหมดหรือไม่ หรือกลั่นแกล้งกรรมการ ป.ป.ช. เพียงบางรายเป็นหลัก แต่เมื่อศาลกลับพิพากษายกฟ้องนายสุชาติ และนางสุวณา ทำให้โจทก์ ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคน แต่ศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะโจทก์ฟ้องจำเลย 12 คน แต่ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคนเเบบต่อเนื่องจนผิดสังเกต จนเหลือจำเลยบางคนในคดีนี้ เช่น นางสาวสุภา กับพวก” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า หากศาลมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวถึงที่สุด จำเลยบางคน เตรียมที่จะฟ้องร้องนายวีระ กับพวกทันที เนื่องจากมองว่า นายวีระมีเจตนากลั่นแกล้ง ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อป้องปกตัวเองเช่นกัน
ข่าวล่าสุด