“อนุทิน” สั่งขยายผลคลังแสงของหนุ่มจีน จ่อทบทวนฟรีวีซ่า
11 พ.ค. 2569

นายกฯ สั่งล่าขบวนการอาวุธสงครามโยงหนุ่มจีน ย้ำต่างชาติครอบครองปืนไม่ได้ พร้อมทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า-เข้มทะเบียนราษฎร ลั่นเจ้าหน้าที่รัฐอย่าแกล้งเซ่อ
ข่าว
11 พ.ค. 2569

นายกฯ สั่งล่าขบวนการอาวุธสงครามโยงหนุ่มจีน ย้ำต่างชาติครอบครองปืนไม่ได้ พร้อมทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า-เข้มทะเบียนราษฎร ลั่นเจ้าหน้าที่รัฐอย่าแกล้งเซ่อ
11 พฤษภาคม 2569 จากคดีการจับกุม นายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี หนุ่มจีน หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นในรถ ขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การดำเนินคดีกับ เทหารเรือ อดีตทหารเรือ และพลเรือน รวม 5 คน ต้องสงสัยว่าค้าขายอาวุธกับผู้ต้องหามาสอบปากคำ
นอกจากนี้ยังพบว่า หนุ่มจีนถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) มีที่อยู่ปัจจุบันในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยพบประวัติการย้ายที่อยู่มาจากอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นั้น
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการมองว่าฝ่ายความมั่นคง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มีความหละหลวมในการออกทะเบียนราษฎรให้กับชาวจีน จนทำให้เกิดการสวมสิทธิกัน ว่า ตอนนี้การออกทะเบียนราษฎรและการโอนสัญชาติมีความเข้มข้นมาก ตั้งแต่กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เนื่องจากต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีการให้สัญชาติอะไร แต่อย่างที่บอกคืออย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน มันไม่ได้
ส่วนจำเป็นต้องสังคายนาใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่จำเป็น เพราะเรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องอย่าให้คนที่มีปัญหาทำผิดกฎหมาย หรือ มีประวัติไม่ดี เข้ามาในสารระบบเท่านั้นเอง และเราก็อย่าแกล้งเซ่อ เพราะมันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบหรือพิจารณาของราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็ดำเนินการลงโทษไปไม่รู้กี่คนแล้ว เช่น กรณีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการนำบัตรประชาชนไปขาย นายอำเภอที่เกี่ยวข้องก็โดนคดีและโดนให้ออกจากราชการแล้ว ดังนั้นหากใครทำผิดเราก็จะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ
ทั้งนี้ จะต้องมีการทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เราจึงกำลังทบทวนอยู่ ฉะนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักด้วย ไม่ใช่ว่าฟรีจนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เพราะตอนที่เรายังไม่มีนโยบายนี้ ก็ไม่ได้มีการปล่อยวีซ่า จึงต้องหาจุดที่มันลงตัว อย่าเอามาเพียงบางกรณี เนื่องจากเรายังสามารถสร้างรายได้ให้กับคนได้อีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับกรณีการจับกุมชายชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา เราได้มีการขยายผลแล้ว ขณะเดียวกันได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยว่า คนที่สั่งสมอาวุธร้ายแรง หรือ อาวุธปืนเป็นงานอดิเรกนั้น ในขณะนี้ตามกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยห้ามพกอาวุธ ห้ามพกพา ห้ามซื้อ และห้ามออกใบอนุญาต ดังนั้นจะมาทำเป็นงานอดิเรกไม่ได้ เราไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นชาวต่างชาติด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนได้บอกกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปว่า ลองนึกถึงกรณีที่หากเราไปทำแบบนี้ในต่างประเทศ จะได้กลับประเทศหรือไม่ เพราะคงเป็นเรื่องราวใหญ่โตมโหฬารอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องดำเนินการขยายผลไปให้ถึงขบวนการและเครือข่าย จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีความอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือ ต่อบุคคลใด โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย
ข่าวล่าสุด