"เศรษฐา" ถกปมบูลลี่ ชี้เหตุกราดยิง วอนสร้างพื้นที่ปลอดภัย
08 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"เศรษฐา" โพสต์สลดเหตุกราดยิงโรงเรียนดัง ชี้ปัญหาบูลลี่ทำลายคุณค่าความเป็นคน วอนสังคมหยุดเพิกเฉย และเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาก่อนสายเกินแก้
ข่าว
08 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"เศรษฐา" โพสต์สลดเหตุกราดยิงโรงเรียนดัง ชี้ปัญหาบูลลี่ทำลายคุณค่าความเป็นคน วอนสังคมหยุดเพิกเฉย และเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาก่อนสายเกินแก้
KEY
POINTS
8 สิงหาคม 2569 จากกรณีเหตุกราดยิงในโรงเรียน เทพศิรินทร์ นนทบุรี สร้างความสะเทือนขวัญทั่วประเทศ ล่าสุด 'นายเศรษฐา ทวีสิน' อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมสะท้อนบาดแผลทางจิตใจของเยาวชนจากปัญหาการ 'บูลลี่' ในสถานศึกษา ซึ่งไม่ได้มีเพียงการใช้กำลัง แต่ยังรวมถึงการเมินเฉย และการทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม โดยเรียกร้องให้ผู้ใหญ่รับฟังเด็กมากขึ้น ย้ำชัดความแตกต่างไม่ใช่เหตุผลของความรุนแรง พร้อมเสนอให้ครอบครัวและโรงเรียนเร่งสร้าง 'พื้นที่ปลอดภัย' ร่วมกันหยุดเพิกเฉยก่อนจะสายเกินแก้
นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ถึงต้นตอของปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษา โดย แสดงความทัศนะต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 69) ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศอย่างมาก
พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า ในวันนี้มีเด็กและเยาวชนจำนวนมากเริ่มออกมาแบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้งหรือ "Bully" ของตนเอง ซึ่งหลายเรื่องราวเป็นความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีใครรับรู้มาก่อน
อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้ให้คำนิยามของคำว่า "Bullying" ไว้อย่างน่าสนใจว่า ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การใช้กำลัง หรือการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงต่อกันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงพฤติกรรมการเมินเฉย การกีดกันออกจากกลุ่ม การล้อเลียน หรือการสร้างความอับอายในรูปแบบต่างๆ
"การทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า สิ่งเหล่านี้อาจทิ้งบาดแผลที่มองไม่เห็น และจะติดตัวเขาไปอีกยาวนาน" นายเศรษฐา ระบุ
นายเศรษฐา ยังได้ส่งสารถึงเยาวชนทุกคน โดยเน้นย้ำว่า "ความแตกต่างไม่ใช่เหตุผลที่จะทำร้ายกัน" เพราะมนุษย์ทุกคนเกิดมาไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนล้วนมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งฝากข้อความถึงผู้ใหญ่ในสังคมว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหันมา "รับฟังให้มากขึ้น" และ "สังเกตให้มากขึ้น" เพื่อยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือให้ทันท่วงที
"หลายครั้ง ความช่วยเหลือที่มาถึงทันเวลา อาจเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้ เพราะไม่มีคำพูดหรือการกระทำใดที่คุ้มค่ากับการทำให้คนคนหนึ่งต้องหมดศรัทธาในตัวเอง"
นายเศรษฐายังได้เสนอแนวทางเชิงโครงสร้างว่า โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก ขณะที่ครอบครัวต้องทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งการรับฟัง และสังคมโดยรวมต้องไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญกับปัญหาเพียงลำพัง โดยทิ้งท้ายถึงนิยามของสังคมที่มีคุณภาพว่า ไม่ได้วัดกันที่การไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลย แต่ต้องวัดจากการที่คนในสังคม
"ไม่เพิกเฉยต่อความทุกข์ของกันและกัน"
ทั้งนี้ นายเศรษฐาได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์สลดในครั้งนี้