ฟลุคจับ “หนุ่มจีน-คลังแสง” ร้ายแรงกว่าเจอก่อการร้าย? สัญชาติไทย ทำง่ายๆ แค่จ่ายเงิน
10 พ.ค. 2569

ฟลุคจับ “หนุ่มจีน-คลังแสง” ร้ายแรงกว่าเจอก่อการร้าย? ฟรีวีซ่า “ก่อสารพัดปัญหา” คน ตม.ยังบ่น “รับไม่ไหว” บัตรประชาชนไทย-สัญชาติไทย ทำง่ายๆ แค่จ่ายเงิน
ข่าว
10 พ.ค. 2569

ฟลุคจับ “หนุ่มจีน-คลังแสง” ร้ายแรงกว่าเจอก่อการร้าย? ฟรีวีซ่า “ก่อสารพัดปัญหา” คน ตม.ยังบ่น “รับไม่ไหว” บัตรประชาชนไทย-สัญชาติไทย ทำง่ายๆ แค่จ่ายเงิน
ความมั่นคงไทยถูกเจาะจากภายใน! นักวิชาการชี้จับหนุ่มจีนพร้อมคลังแสงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่คือสัญญาณ “อาชญากรรมข้ามชาติลูกผสมก่อการร้าย” แฉยับขบวนการขายสัญชาติเริ่มต้น 5 แสนบาท ปั้น “กุมารจีน” เป็นคนไทย 100% ตั้งแต่เกิด ขณะที่นโยบายฟรีวีซ่าทำ ตม. ระส่ำ ทะลักทั้งคนหนีสงครามและแก๊งสีเทา!
10 พฤษภาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร นักวิชาการที่ศึกษาด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อการร้าย และโลนวูลฟ์ จากคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งข้อสังเกตเชิงนโยบาย กรณีทางการไทยจับกุมชาวจีน พร้อมคลังแสงอาวุธสงครามได้โดยบังเอิญ
ประการที่ 1 - ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงไทยต้องแยกให้ออกอย่างชัดเจนระหว่าง “กลุ่มก่อการร้าย” กับ “กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ” เพราะในกรณีชาวจีนที่เพิ่งถูกจับ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่ากลุ่มคนลักษณะนี้อาจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการก่อการร้ายในความหมายแบบดั้งเดิม แต่ลักษณะการเคลื่อนตัวของพฤติการณ์กลับสะท้อนความเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กล่าวคือ “สามารถรับงานหรือปฏิบัติการบางอย่างตามผลประโยชน์ได้”
สมมติฐานนี้ถือว่าน่ากังวล เพราะหากเป็นจริง จะกระทบต่อโครงสร้างความมั่นคงของไทยทั้งระบบ เนื่องจากเรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป ฉะนั้นฝ่ายตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงจำเป็นต้องหาพยานหลักฐานและข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนเพื่อยืนยันสมมติฐาน
ประการที่ 2 - ลักษณะของอาวุธและการเคลื่อนย้ายอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธสงครามและยุทโธปกรณ์ที่มีอำนาจทำลายล้างสูง กลับมีการเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาได้ ทั้งที่ปิดด่าน และตรึงกำลังเข้มข้นทั้งสองฝ่าย
ประเด็นที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ หากท้ายที่สุดพบว่ามีความเกี่ยวพันกับกองกำลังบางส่วนในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกจริง หรือแม้แต่ BHQ ที่เป็นหน่วยรบพิเศษอารักขาผู้นำกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซน จะทำให้สถานะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่เครือข่ายที่สามารถใช้ “วิธีการแบบก่อการร้าย” เพื่อสนองต่อผลประโยชน์หรือวัตถุประสงค์ทางการเมืองได้
ดังนั้น การมองสถานการณ์ต่อจากนี้จึงไม่สามารถแยกอาชญากรรมข้ามชาติออกจากมิติด้านความมั่นคงหรือการก่อการร้ายได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องใช้วิธีคิดแบบเครือข่ายในการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์อย่างรอบด้าน เป็นระบบ
ไทยกำลังเจอ “อาชญากรรมข้ามชาติลูกผสมก่อการร้าย”
ประการที่ 3 - ระบบตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยจำเป็นต้องรื้อใหญ่ทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการพิจารณาอนุมัติวีซ่า การติดตามพฤติกรรมหลังเข้าประเทศ ไปจนถึงกลไกการเพิกถอนวีซ่า และการบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคงให้มีความรวดเร็วมากขึ้น
เพราะคนที่มีปัญหาด้านความมั่นคงในปัจจุบัน ไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจผิดกฎหมาย หรือใช้นอมินีเท่านั้น แต่กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับเครือข่ายผิดกฎหมายเดิม ให้กลายเป็น “กลุ่มอิทธิพลข้ามชาติ” ที่ผสมผสานทั้งทุนผิดกฎหมาย อำนาจเครือข่าย และศักยภาพเชิงความรุนแรงเข้าด้วยกัน จนมีลักษณะใกล้เคียงกับ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแบบลูกผสมการก่อการร้าย” ซึ่งถือเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่ไทยจำเป็นต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจัง
“จีนเทา-เขมร” สงครามเย็นชายแดนกัมพูชาที่แยกไม่ออก
อาจารย์ฐิติวุฒิ ยังเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงไทย ตรวจสอบเส้นทางการเข้าไทย และพฤติการณ์ของ “หนุ่มจีน” รายนี้อย่างละเอียด เพราะลักษณะไม่ใช่ “ผู้ป่วยซึมเศร้าต้องการฆ่าตัวตาย” ตามที่อ้าง และอาจไม่ใช่ “โลนวูล์ฟ” หรือ ผู้ก่อการร้ายตามลำพัง ที่ไม่เชื่อมโยงกับเครือข่าย หรือบุคคลอื่นด้วย เพราะ…
-พฤติการณ์และหลักฐานหนักไปในแง่ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รับงานมาเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
- เพราะวิธีการแทรกซึมเข้าไทย เป็นการย้ายทะเบียนบ้านมาจากเชียงดาว (ภาคเหนือของไทย) คล้ายคลึงกับกลุ่มจีนเทา
- ประวัติการเชื่อมโยงฝึกอาวุธกับประเทศเพื่อนบ้าน และการจัดหาอาวุธจากบางพื้นที่ในไทย เชื่อมโยงจีนเทา ซึ่งอาจเป็นหลักฐานยืนยันเรื่อง “จีนเทา” สนับสนุนเงินทุนและยุทโธปกรณ์ หรือฝึกอาวุธให้ทหารกัมพูชาเพื่อสร้างสถานการณ์กับไทย
บัตรประชาชนไทย-สัญชาติไทย ทำง่ายๆ แค่จ่ายเงิน
หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ “หนุ่มจีนเจ้าของคลังแสง” สามารถก่อวินาศกรรมในเมืองท่องเที่ยวได้สบาย สะท้อนปัญหาอย่างหนึ่งจากหลักฐานที่พบ นั่นก็คือ ใครอยากได้สัญชาติไทย ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป / แค่มีเงิน และรู้จัก “คนนำพา” ก็หาบัตรมาครอบครองได้แล้ว อย่าว่าแต่บัตรคนไม่มีสัญชาติไทยเลย / จะเอาบัตรประชาชน เป็นคนไทยจริงๆ ไปเลือกตั้งได้ ยังทำได้
ทุกวันนี้จึงมีการพูดกันถึงขั้นว่า ระวังต่อไป “ต่างชาติสีเทา” จะตั้งรัฐบาลไทยแทนคนไทย
ก่อนหน้านี้ “ทีมข่าวสืบสวนความจริง” ของเนชั่นทีวี ตรวจสอบพบร่องรอยการล็อกอินเข้าสู่ระบบของเจ้าหน้าที่กรมการปกครองบางคน ที่เชื่อมโยงกับการออกเอกสารต้องสงสัย โดยเฉพาะกรณีปลอมใบสูติบัตรให้เครือข่ายแก๊งกุมารจีน ที่เพิ่งตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทีมสืบสวนความจริง ตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ชาวต่างชาติสามารถมีบัตรประชาชนไทยได้อย่างไร ใครบ้างอยู่ในโครงสร้างนี้และรัฐไทยกำลังถูกเจาะระบบจากภายในหรือไม่
วิธีแรก คือ ซื้อสัญชาติไทยผ่านนายหน้า - ขบวนการลักษณะนี้มักฝังตัวอยู่ในสำนักงานอำเภอ หรือสำนักงานเขตเทศบาลบางแห่ง
ราคาค่าหัวเริ่มต้นตั้งแต่ 5 แสนบาทไปจนถึงหลัก 1 ล้านบาทต่อคน
ลูกค้าส่วนใหญ่คือกลุ่มจีนเทา ผู้ต้องหาหนีคดี / มีหมายแดง มีประวัติฉ้อโกง / หรือเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องการฟอกตัวตนเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ในประเทศไทย
เมื่อรับเงินแล้ว ขบวนการจะเริ่มทำงานเป็นขั้นตอน ตั้งแต่...
- จัดหาทะเบียนบ้านชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านของคนในฝ่ายปกครอง
- นัดถ่ายรูปทำบัตรในช่วงนอกเวลาราชการ หลัง 16.30 น.
- ส่งมอบบัตรประชาชนไทยให้ลูกค้า
- จากนั้นไม่นาน ชื่อก็จะถูกย้ายออกจากทะเบียนบ้าน เพื่อรอเปิดทางให้ลูกค้ารายใหม่
“แก๊งกุมารจีน” สูติบัตรปลอม ปั้นเด็กต่างชาติเป็นคนไทย 100%
วิธีที่ 2 คือ ขบวนการที่เรียกว่า “แก๊งกุมารจีน” - รูปแบบนี้นิยมทำกับเด็กต่างชาติ หรือเด็กจีนตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขบวนการจะทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนกัน แต่ซับซ้อนกว่า กล่าวคือ…
- หาคนไทยเข้าไปสวมบทบาทเป็นพ่อปลอม
- จดทะเบียนสมรสปลอม เพื่อให้เด็กได้รับใบสูติบัตรไทย
- เมื่อใบสูติบัตรถูกออกให้ เด็กคนนั้นก็แทบจะกลายเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์เพียงกระดาษแผ่นเดียว
วิธีการนี้จึงไม่ใช่แค่ปัญหาเอกสารปลอม แต่มันกำลังกลายเป็นช่องโหว่ด้านความมั่นคงเชื่อมโยงไปถึงอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เครือข่ายสแกมเมอร์ / การฟอกตัวตน / และท้ายที่สุดคือความน่าเชื่อถือของรัฐไทยทั้งระบบ / สิ่งสำคัญคือ ขบวนการนี้ไม่ได้ทำกันแบบโจ่งแจ้ง แต่เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ
- มีนายหน้าหาลูกค้า
- กลุ่มทุนสีเทา
- เครือข่ายสแกมเมอร์
- เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ทำหน้าที่ประสานงาน
ผลที่เกิดขึ้นคือ เด็กจีนจะได้สัญชาติไทย ทั้งๆ ที่เกิดจากพ่อแม่ชาวจีน โดยพ่อแม่อาจโดนคดี หรือเป็นจีนเทาหนีมาอยู่ไทย ก็จะได้โอกาสฟอกตัว มีลูกได้สัญชาติไทย เข้าโรงเรียนได้ พอลูกโต ก็ซื้อบ้านได้ ย้ายพ่อแม่จริงเข้าไปอยู่ ก็กลายเป็นคนไทยโดยสมบูรณ์
ความน่าตกใจก็คือ ขบวนการนี้ทำกันอุกอาจ พาเด็กจีนอายุ 2-5 ขวบ ไปแจ้งเกิดย้อนหลังก็ยังมี / บางกรณี พาเด็กแฝด 6 คู่ซึ่งเป็นคนจีนไปแจ้งเกิด จนมีการตั้งคำถามและตรวจสอบจับกุมกันในที่สุด
จากคดีที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่ามีหน่วยงานรัฐอย่างน้อย 2 ส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง คือข้าราชการเทศบาล และข้าราชการในอำเภอ
โดยหากเป็นการปลอมสูติบัตร จะมีในส่วนของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเข้ามาอยู่ในขบวนการด้วยทุกฝ่ายทำงานต่อกันเหมือนสายพาน
- ตั้งแต่การคีย์ข้อมูลใบแจ้งเกิดออกสูติบัตร
- ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน
- เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล
- จนกระทั่งคนต่างชาติคนนั้นมีสถานะเป็น คนไทยสมบูรณ์
จากนั้นบุคคลเหล่านี้จะมีสวัสดิการเหมือนคนไทยทุกอย่างจนเสียชีวิต
- มีบัตรประชาชน
- มีสิทธิรักษาพยาบาล
- มีสิทธิถือครองทรัพย์สิน
- ทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ได้
- มีสิทธิใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนคนไทยจริง ๆ โดยเฉพาะจะมีสิทธิในการเรียนฟรีเหมือนเด็กไทย
ทั้งหมดนี้ ถือเป็นขบวนการฟอกสัญชาติ สวมสิทธิคนไทย สร้างตัวตนคนไทยใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคนของรัฐที่ใช้ระบบราชการของรัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในขบวนการขายบัตรประชาชนคนไทย
ฟรีวีซ่าก่อ “สารพัดปัญหา” คน ตม.ยังบ่น “รับไม่ไหว”
นโยบาย “ฟรีวีซ่า” ของไทย นอกจากจะส่งผลกระทบทางความมั่นคงอย่างที่เห็นๆ กันอยู่นี้ และมีข่าวแทบจะรายวัน จาก “จีนเทา” สู่ “ยิวยึดปาย ยึดพะงัน สมุย”
กระทั่งล่าสุด “ฟลุคจับหนุ่มจีน เจอคลังแสง” / ปรากฏว่านโยบายนี้ ยังก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ ไม่นำรายได้เข้าประเทศเท่าที่ควรด้วย
อดีตผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูลว่า...
- ไทยเรายกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวมากถึง 93 ประเทศ (พำนักอยู่ได้ 60 วัน) โดยหวังจะมีรายได้เพิ่มจากการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาเกิดผลเสียมากกว่าสิ่งที่คาดหวัง เช่น
1.ทำให้สูญเสียรายได้จากค่าธรรมเนียมวีซ่าไปเป็นจำนวนมาก ทั้งวีซ่าต้นทาง และวีซ่า On arrival
2.ขาดการคัดกรองคนก่อนเข้าประเทศ ทำให้คนร้ายแอบแฝงเข้าไทยได้โดยง่าย หรือเข้ามาก่ออาชญากรรมได้ง่ายๆ
3.เกิดการย้ายถิ่นจากประเทศที่มีสงครามหรือความขัดแย้งภายในประเทศ เช่น ประเทศในตะวันออกกลาง, รัสเซีย, ยูเครน ล่าสุดคือกรณีอิสราเอล หรือแม้แต่อิหร่าน กับพลเมืองของชาติตะวันออกกลาง4.ประเทศที่มีประชากรมากและยากจน มาพักรอเดินทางต่อไปประเทศที่สาม เพื่อหาโอกาสที่ดีกว่า เช่น พลเมืองของบางประเทศในเอเชียใต้, แอฟริกา, ตะวันออกกลาง
5.ทำให้ไทยเป็นทั้งแหล่งซ่องสุม และทางผ่านของบุคคลไม่พึงประสงค์
6.ส่งผลให้มีขบวนการ สวม/ปลอมบัตรประชาชน บัตรคนไม่มีสัญชาติ รวมถึงปลอมเอกสารการเดินทางมากมาย
- ฉะนั้นการยกเว้นวีซ่า ควรดำเนินการในลักษณะต่างตอบแทนเป็นหลัก และระยะเวลาสั้นเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ เช่น 15 วัน ถ้าไม่พอขอขยายได้สูงสุดไม่ควรเกิน 30 วัน
#จีนเทา #ฟอกสัญชาติ #หนุ่มจีนคลังแสง #อาชญากรรมข้ามชาติ #ขายบัตรประชาชน #แก๊งกุมารจีน #ฟรีวีซ่า #ความมั่นคงไทย #ตม #เนชั่นทีวี #สืบสวนความจริง
ข่าวล่าสุด