เนชั่นทีวี

ข่าว

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

10 พ.ค. 2569

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

คุม จ่าบอย - จ่าแหบ 2 จ่าทหารเรือ ในและนอกราชการสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยร่วมค้าอาวุธโยงหนุ่มจีน – ตะลึง! เปิดลิสต์ของกลางหนุ่มจีน

10 พฤษภาคม 2569 จากคดี ชุดทำงานของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เดินหน้าขยายผลคดีการจับกุม นายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี หนุ่มจีน หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นในรถ ขยายผลจนนำไปเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนภายในบ้านพักพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ร่วมขบวนการค้าอาวุธได้รวม 3 ราย ประกอบด้วย พ.จ.อ.เมธี อายุ 46 ปี สังกัด สห. , นายคเชนทร์ อายุ 47 ปี ครูฝึกสอนยิงปืน และนายจำรอง อายุ 51 ปี พลเรือน ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า รับโอนเงินค่าอาวุธปืนจากผู้ต้องหาชาวจีน ในราคากระบอกละ 100,000 บาท จำนวน 2 กระบอก ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

 

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

 

ล่าสุด วันนี้(10 พ.ค. 69)  ที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เชิญตัว 2 จ่าทหารเรือ จ.อ.วัชรินทร์ อายุ 43 ปี หรือ “จ่าบอย” ทหารสังกัดกองบินทหารเรือ และ พ.จ.อ.ปฐมพล หรือ “จ่าแหบ” อายุ 55 ปี อดีต สห. หลังถูกซัดทอด เป็นผู้ต้องสงสัยร่วมการค้าอาวุธ เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน

 

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

 

ระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าสอบสวน จ่าบอย ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่า จะให้การเฉพาะกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

 

ด้าน จ่าแหบ เปิดเผยว่า หลังปรากฏข่าวว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงคราม ก็รู้สึกตกใจ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าพบตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหา หรือขายอาวุธปืนไรเฟิลให้กับผู้ต้องหาชาวจีนแต่อย่างใด แม้จะรู้จักผู้ต้องสงสัยรายอื่น เพราะเคยทำงานในแวดวงเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาชาวจีนมาก่อน พร้อมยืนยันว่า หากถูกแจ้งข้อกล่าวหา จะขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

ลิสต์รายการอาวุธสงคราม – ระเบิดของกลาง - ข้อหา

 

ทั้งนี้ ตำรวจสามารถยึดของกลางไว้ได้ทั้งหมด จากผู้ต้องหาชาวจีน ดังนี้ ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคล ชนิดเดียวกัน จำนวน 4 ลูก, ลูกระเบิดขว้างสังหาร k75 จำนวน 1 ลูก, ระเบิดสังหารชนิดกับดัก แบบฝักข้าวโพด จำนวน 4 ลูก, ลูกระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 1 ลูก, เชื้อปะทุ ของลูกระเบิดสังหาร จำนวน 3 อัน, ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง ไม่ทราบน้ำหนัก, ดินระเบิด C4 น้ำหนัก 1.1/4 ปอนด์ จำนวน 2 แท่ง, รีโมตจุดชนวน, อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก, พร้อมเครื่องกระสุนหลากหลายขนาดเป็นจำนวนมาก, รวมถึงแกลอนบรรจุน้ำมันเบนซินอีกหลายลิตร

 

คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน คุม 2 จ่าทหารเรือสอบ ตัวละครใหม่ต้องสงสัยจัดหาอาวุธส่งหนุ่มจีน

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รัปอนด์ุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใปอนด์ุญาตได้ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รัปอนด์ุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รัปอนด์ุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม

 

เวลา 16.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกับชุดสืบสวน

 

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ เปิดเผยว่า จากกรณีจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน ต่อเนื่องพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจัดหาอาวุธปืนได้บางส่วนแล้ว

 

ส่วนประเด็นวัตถุระเบิด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลทางเทคนิค และตรวจสอบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นเพิ่มเติม ขณะที่กรณีพบความเกี่ยวข้องกับบุคคลในหน่วยงานราชการ ได้มีการส่งข้อมูลให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว

 

นอกจากนี้ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในโลกออนไลน์ กรณีผู้ต้องหาชาวจีนมีบัตรประจำตัวประชาชนไทยว่า จากการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็น “ข่าวปลอม” หรือเฟกนิวส์ โดยบุคคลที่ปรากฏในบัตรประชาชนดังกล่าว เป็นคนละคนกับผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดซีโฟร์ พร้อมขอให้สื่อมวลชนและประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันความสับสนและผลกระทบต่อผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงข้อมูลดิจิทัล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบที่มาของอาวุธและวัตถุอันตราย ตลอดจนประเด็นต้องสงสัยเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมหรือปฏิบัติการในลักษณะสายลับ โดยยืนยันว่าจะติดตามผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

สำหรับกระแสข่าวเรื่องอาการป่วยทางจิตของผู้ต้องหา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักจิตวิทยาร่วมประเมินอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักการแพทย์ อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ต้องหาจะมีอาการป่วยใดๆ ก็ไม่ใช่เหตุยุติแห่งความผิด เนื่องจากพฤติการณ์ครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และอุปกรณ์อันตรายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ

 

พร้อมกันนี้ รอง ผบช.ภ.2 ยังขอความร่วมมือสื่อมวลชน งดนำเสนอข้อมูลในลักษณะพาดพิงหรือสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐ เนื่องจากขณะนี้ทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด แต่หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพลเรือน จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและไม่มีข้อยกเว้น