เนชั่นทีวี

ข่าว

“สีหศักดิ์” เตรียมชง ครม. 5 พ.ค.นี้ ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อ 20 ปี

02 พ.ค. 2569

“สีหศักดิ์” เตรียมชง ครม. 5 พ.ค.นี้ ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อ 20 ปี

"สีหศักดิ์" เตรียมชง ครม. 5 พ.ค. ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี เล็งใช้กฎหมายทะเล UNCLOS เจรจากัมพูชา พร้อมกางแผนดึงฟิลิปปินส์ช่วยไทย-กัมพูชา ยุติสงครามวาจา

2 พฤษภาคม 2569 จับตาความเคลื่อนไหวสำคัญด้านการต่างประเทศ เมื่อรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เตรียมปรับกลยุทธ์แก้ปัญหา พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยเตรียมเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 5 พ.ค. นี้ เพื่อยกเลิก MOU 44 หวังเปลี่ยนมาใช้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลแทน พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรการความไว้เนื้อเชื่อใจกับ กัมพูชา เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งและพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานอย่างยั่งยืน


นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยผลการบรรยายสรุปแก่คณะทูต 84 คน จาก 58 ประเทศ และ 8 องค์การระหว่างประเทศ เกี่ยวกับภารกิจด้านการต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาว่า ได้ชี้แจงคณะทูต ถึงผลการเยือนเมียนมาระหว่าง 21 - 22 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนแรก ที่ไปเยือนอย่างเป็นทางการ หลังเมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเราพยายามมองความสัมพันธ์ในลักษณะที่มองไปข้างหน้า โดยเฉพาะเรื่องชายแดน ที่ต้องร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลเมียนมา และยังมีหลายเรื่องที่ต้องร่วมมือกันบริหารจัดการ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และเพื่อความผาสุขของประชาชนทั้งสองฝ่าย  



“สีหศักดิ์” เตรียมชง ครม. 5 พ.ค.นี้ ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อ 20 ปี

เช่น การปราบกระบวนการออนไลน์สแกม อาชญากรรมข้ามชาติ การป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด ปัญหามลพิษในแม่น้ำที่มาจากการทำเหมือง และมลพิษทางอากาศ ซึ่งประเทศไทยแก้ไขโดยลำพังไม่ได้ ดังนั้น ต้องร่วมมือกัน ภายใต้กรอบความร่วมมือสามฝ่าย ไทย - เมียนมา - ลาว ซึ่งไทยก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออบรมบุคลากร แต่เรื่องที่สำคัญ คือ เรื่องการค้าชายแดน โดยเฉพาะจุดผ่านแดนที่แม่สอด - เมียวดี ซึ่งเมียนมาคิดว่า ขณะนี้สามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว และคงจะประกาศเปิดด่านได้ในเร็ว ๆ นี้



หากเปิดด่านได้จริงก็เป็นเรื่องดีสำหรับการค้าชายแดน และที่สำคัญ คือ หลังการเลือกตั้งของเมียนมา แม้บางประเทศจะไม่รับรอง แต่ไทยคาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ทำให้เมียนมาเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ กระบวนการปรองดอง กระบวนการพูดคุย ซึ่งในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน เราได้แสดงความหวังดี อยากให้เมียนมามีสันติภาพที่ยั่งยืน 



“สีหศักดิ์” เตรียมชง ครม. 5 พ.ค.นี้ ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อ 20 ปี

ขณะเดียวกัน ได้ตกลงกับเมียนมาใน 4 ข้อ คือ 1.การยินดีที่มีการปล่อยตัวนักโทษ และอดีตประธานาธิบดี และหวังว่าจะเดินหน้าเรื่องการปรองดองต่อไป 2.ยินดีที่ฝ่ายเมียนมาได้แสดงท่าทีว่า จะยึดมั่นในกระบวนการสันติภาพ และจะเชิญกลุ่มติดอาวุธ กลุ่มฝ่ายต่อต้าน เข้าสู่กระบวนการพูดคุย เพื่อนำไปสู่สันติภาพ 3.อยากจะทำงานร่วมกับเมียนมาในการเปิดพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมกับประชาชนชาวเมียนมา 4.ตนเองได้คุยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา สอบถามความเป็นอยู่ของนางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา ซึ่งพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ได้แจ้งว่า ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน กำลังพิจารณาสิ่งที่ดีในเร็ว ๆ นี้ จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการนำอองซาน ซูจีออกจากเรือนจำ เพื่อไปกักตัวที่บ้าน

 

นอกจากนี้ ได้พูดคุยถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงาน ที่ขณะนี้ไทยอาศัยแก๊สจากเมียนมา มาผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศไทย จึงกำลังพิจารณาที่จะเข้าไปสำรวจแก๊สเพิ่มเติมอีก 2 หลุม และอาจจะมีหลุมอื่นต่อไป จึงขอให้รัฐบาลเมียนมาให้การสนับสนุน

 

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังชี้แจงถึงผลการเยือนไทยของนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้หารือภายใต้กลไกระหว่างไทย - จีน ที่ขณะนี้เรายังอยู่ระหว่างการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ทางการทูตไทย - จีน ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทางหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน รวมถึง มีการจัดทำแผนปฏิบัติการ 5 ปีข้างหน้า ที่อยากให้แผนปฏิบัติการนี้มีมิติใหม่ของความสัมพันธ์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึง หารือเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

 

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงเศรษฐกิจสมัยใหม่ คือ AI ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ที่จะต้องมีระบบธรรมาภิบาลของ AI จึงอยากจัดตั้งองค์กรที่ดูแลเรื่อง AI โดยก่อนการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว จะประชุมระหว่างประเทศว่าด้วย AI ในวันที่ 21 - 22 กรกฎาคมนี้ ซึ่งประเทศไทยจะเข้าร่วมด้วย

 

ขณะเดียวกัน ปีนี้ไทยมีความประสงค์ที่จะจัดการประชุมความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง เนื่องจากปีที่ผ่านมากัมพูชาไม่พร้อม จึงหวังว่า ครั้งนี้กัมพูชาจะมองเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องทวิภาคี แต่เป็นเรื่องระดับประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยจะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปกที่ประเทศจีนในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569

 

นอกจากนี้ จีนยังแสดงความพร้อมจัดการประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกในการพูดคุยระหว่างไทย และกัมพูชาอีกครั้ง โดยจีนยืนยันว่า จะไม่แทรกแซง เพียงแต่จะอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่ ส่วนเรื่องการพูดคุยก็เป็นเรื่องของสองฝ่าย ซึ่งตรงกับท่าทีของฝ่ายไทย 



“สีหศักดิ์” เตรียมชง ครม. 5 พ.ค.นี้ ยกเลิก MOU44 หลังยืดเยื้อ 20 ปี

 

นายสีหศักดิ์ ยังได้ชี้แจงถึงผลการประชุมอาเซียน - อียูระดับรัฐมนตรี ที่บรูไน ระหว่างวันที่ 21 - 25 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมห่วงสถานการณ์โลก โดยได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในระเบียบ และกติกาโลก รวมถึง ห่วงเรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ มองว่า ควรรวมการหารือเขตการค้าอาเซียน - อียู จึงหวังว่า เราจะก้าวข้ามไปสู่การเจรจาเขตการค้าอาเซียน - อียูได้

 

ขณะเดียวกัน อียู ให้ความสนใจร่วมลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะอาเซียนเพิ่งเจรจาบรรลุกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัล และหวังว่าจะเป็นช่องทางให้อียูเข้ามาร่วมมือในการลงทุน พร้อมกันนี้ อียู ยังสนใจเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นโอกาสที่ภาคเอกชนจะร่วมลงทุนพลังงานสะอาด โดยเฉพาะ Asian power grid
 

ในโอกาสนี้ ได้พบปะกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่ได้ชี้แจงว่า ไทยกำลังจะยกเลิก MOU 2544 ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า แต่ไม่ได้ความหมายว่า เราจะยุติการเจรจา แต่ต้องยอมรับความจริงว่า การเจรจาภายใต้ MOU 2544 ไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว จึงจะหาแนวทางใหม่ในการเจรจา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 จึงหวังว่า กัมพูชาจะเข้าใจท่าทีของไทย และยอมรับการยกเลิก เพื่อจะได้เริ่มกระบวนการเจรจาภายใต้อนุสัญญาดังกล่าวได้

 

ขณะที่ กัมพูชาอยากให้มีการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนโดยเร็ว ซึ่งไทยก็ต้องดำเนินการภายในและต้องเตรียมเนื้อหาด้วย เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปพอสมควรจากการประชุมครั้งที่แล้ว แต่ที่สำคัญ คือ เรามีการหยุดยิงในพื้นที่ และหวังว่าการหยุดยิงนี้จะยั่งยืน แต่เราก็ต้องหยุดยั้งสงครามวาจาระหว่างกัน เพราะถ้าไปดูในเวทีต่าง ๆ กัมพูชายังกล่าวหาประเทศไทย ยังพูดว่าปัญหาทั้งหมดมาจากประเทศไทย ดังนั้น เราต้องมองไปข้างหน้า สร้างบรรยากาศที่ดี สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน จึงต้องมาพูดคุยถึงมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ว่า จะมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้พัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น สามารถร่วมมือในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนได้ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับมาตรการไว้เนื้อเชื่อใจ เช่น จะมีความร่วมมือด้านชายแดนอย่างไร จะส่งเสริมความมั่นคงชายแดนอย่างไร จะปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และสแกมเมอร์อย่างไร จะมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างฝ่ายทหารอย่างไร จะมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าอย่างไรก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย ซึ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องมาพูดคุยกัน

 

โดยในการประชุมอาเซียน ที่ฟิลิปปินส์ ในเดือนพฤษภาคมนี้ อาจจะได้เจอกับนายปรัก สุคน ก็จะเสนอแผนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งฟิลิปปินส์เองก็มีท่าทีจะจัดการประชุมสามฝ่าย ซึ่งในหลักการของประเทศไทยไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ และมองไปข้างหน้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายกัมพูชาด้วยว่า จะตอบรับอย่างไร