ส่วนแนวทางการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ยังไม่มีการพูดถึง และยังไม่ต้องพูดถึงขั้นตอนนั้น
ส่วนกรณีที่บริเวณชายแดนยังมีการยั่วยุ และเติมกำลังบริเวณชายแดนอีกฝ่ายนั้น นายกรัฐมนตรี เห็นว่า ยังไม่ทราบว่า เป็นการยั่วยุในระดับใด และด้วยเหตุผลใด แต่ไม่ใช่การยั่วยุเพราะการรับคำสั่งจากรัฐบาล และหากเป็นการยั่วยุในเขต ไม่ได้ล่วงล้ำดินแดน ประเทศไทยก็ต้องอดทน และนิ่งให้เป็น โดยไม่ยั่วยุกลับ เพียงแต่ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่สามารถเกินเส้นนี้ได้
ส่วนในการหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการขอความร่วมมือใด ๆ กับฝ่ายไทยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายหวัง อี้ ได้บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปกัมพูชา และจีนยินดีที่จะเป็นคนกลางช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และท่าทีของฝ่ายกัมพูชาต่อประเทศไทย ก็ไม่อยากสู้รบ ไม่อยากเผชิญหน้าความขัดแย้งแล้ว ฝ่ายจีนจึงมาแจ้งให้ไทยทราบ
แต่ตนก็ย้ำไปว่า ไทยไม่ได้ต้องการที่จะมีความขัดแย้งเพื่อนบ้านใด ๆ แต่ไทยก็มีขั้นตอนในการพูดคุย และสร้างกติกาการพูดคุย เพื่อทำให้ความสัมพันธ์สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืนเพราะจะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกันก่อน ซึ่งฝ่ายจีน มีความเข้าใจดี เพราะตนได้มีการพูดคุยกันลึกพอสมควรถึงปัญหาที่แท้จริง และวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวทางปฏิบัติเช่นไร