ที่น่าสนใจคือ กระบวนการในปีนี้มีการเน้นย้ำเรื่อง “ภาพลักษณ์ของทางราชการ” ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาพลักษณ์ของข้าราชการมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดขึ้นในใจของประชาชน
นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ในฐานะฟันเฟืองสำคัญของกระบวนการคัดเลือก เปิดเผยถึงทิศทางการพิจารณาในครั้งนี้ว่า ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นอันดับหนึ่งของหน่วยงาน จะต้องเป็น "ที่สุด" ในทุกมิติ
"ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อในลำดับที่หนึ่งของ ศอ.บต. จะต้องเป็นผู้ที่ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ ในหลักการครองคน ครองตน และครองงาน เขาจะไม่ใช่แค่ตัวแทนข้าราชการที่ทำงานตามหน้าที่ แต่จะเป็นผู้แทนของข้าราชการที่ปฏิบัติงานเพื่อชาติและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคโต้อย่างแท้จริง นี่คือบุคคลที่ ศอ.บต. ภาคภูมิใจที่จะนำเสนอชื่อเข้าสู่ทำเนียบข้าราชการดีเด่น"
ขั้นตอนต่อจากนี้ ศอ.บต. จะทำการสรุปรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามแบบประเมิน เพื่อจัดส่งไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ในฐานะหน่วยประสานงานที่เกี่ยวข้อง) เพื่อเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองในระดับประเทศต่อไป
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในท้ายที่สุดจะได้รับ เข็มเชิดชูเกียรติ ครุฑทองคำ เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ การบันทึกประวัติในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ที่ระลึกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2568
การคัดเลือกข้าราชการดีเด่นของ ศอ.บต. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการทำตามระเบียบธุรการประจำปี แต่คือการส่งสัญญาณว่า “ความดีและความเสียสละมีที่ยืนเสมอ” โดยเฉพาะในพื้นที่ดับไฟใต้ที่การทำงานต้องแลกมาด้วยความอดทนและการอุทิศตนมากกว่าปกติ
รางวัลครุฑทองคำจึงไม่ใช่แค่เข็มที่ประดับบนหน้าอก แต่คือสัญลักษณ์ของความไว้วางใจที่รัฐและประชาชนมีต่อข้าราชการผู้นั้น ในฐานะ "สะพานเชื่อมความสันติสุข" ที่แข็งแกร่งที่สุดของชายแดนใต้