svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

25 ก.พ. 2569

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา "ความมั่นคงทางอาหาร" อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

25 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ขึ้นชื่อเรื่องหมอกหนาและอากาศหนาวเย็นตลอดปี วันนี้ไม่ได้มีเพียง "ไก่เบตง" หรือ "ส้มโชกุน" ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินหมุนเวียน แต่สินค้าเกษตรชนิดล่าสุดที่เพิ่งได้รับการประทับตรา "สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือ GI (Geographical Indication) ลำดับที่ 6 ของจังหวัด

 

อย่าง "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชายแดนใต้

 

 

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

 

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

 

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

 

 

 

 

 

การผงาดขึ้นมาของปลานิลชนิดนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของโชคช่วยหรือสภาพอากาศ แต่คือการบูรณาการแบบ "โครงสร้างรวม" ระหว่างหน่วยงานพาณิชย์ ความมั่นคง และยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การนำของ ศอ.บต. ที่หวังจะเปลี่ยน "บ่อปลา" ให้เป็น "บ่อเงินบ่อทอง" ของราษฎร

 

 

 

หัวใจสำคัญที่ทำให้ปลานิลเบตงแตกต่างจากปลานิลทั่วไปตามท้องตลาด คือระบบที่เรียกว่า "Running Water" หรือการเลี้ยงในระบบสายน้ำไหล ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า แหล่งเลี้ยงตั้งอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นรอยต่อพรมแดนธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์


       
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา อธิบายถึงความพิเศษนี้ว่า "น้ำจากลำธารธรรมชาติที่ไหลเวียนเข้าสู่บ่อเลี้ยงตลอด 24 ชั่วโมง มีปริมาณออกซิเจนสูงมาก ทำให้ปลาต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อปลาที่แน่น เด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และที่สำคัญคือ 'ไร้กลิ่นโคลน' ซึ่งเป็นจุดอ่อนหลักของปลานิลทั่วไป"

 

ด้วยคุณสมบัติพรีเมียมนี้เอง ทำให้ปลานิลสายน้ำไหลเบตงถูกยกระดับจากการเป็นปลาทอดในครัวเรือน สู่การเป็น "ซาชิมิปลานิล" ที่เสิร์ฟในร้านอาหารระดับ Fine Dining ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีถึงความสะอาดและคุณภาพของเนื้อปลา


    
จากการตรวจสอบสถิติรายได้จากการจำหน่ายปลานิลสายน้ำไหลเบตง พบตัวเลขที่น่าสนใจ ปริมาณการผลิต 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าปลานิลทั่วไปเกือบ 2 เท่า มูลค่าหมุนเวียน กว่า 19.5 ล้านบาทต่อปี


      
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงยอดขายหน้าฟาร์ม หากรวมมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร คาดว่ามูลค่าจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเมื่อรวมเข้ากับสินค้า GI อีก 5 รายการเดิมของยะลา ได้แก่ กล้วยหินบันนังสตา, ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา, ส้มโชกุนเบตง, มังคุดในสายหมอก และไก่เบตง


จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบแรกเริ่มต้น ในการพัฒนา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คือ "ฟันเฟืองหลัก" ที่ผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการวางแนวทางของ นายปิยะศิริ วัตนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่มองว่า "ความมั่งคั่งทางอาหาร" คืออาวุธหลักใน Soft Power ชายแดนใต้

 

 


     
แต่คนที่ถูกระบุว่าเป็น "คีย์แมน" แรกเริ่ม ในการขยับจิ๊กซอว์ตัวนี้คือ นายปิยะศิริ วัตนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ยืนยันว่ามีหลายภาคส่วน 


  
นายปิยะศิริ เปิดเผยเบื้องหลังการทำงานว่า แนวคิดเริ่มต้นคือการส่งเสริมให้ประชาชนนำความชำนาญและสภาพทางภูมิศาสตร์ (ภูมิรัฐศาสตร์) มาเป็นตัวตั้ง เช่น พื้นที่เบตงที่มีความโดดเด่นเรื่องปลานิลสายน้ำไหลอยู่แล้ว แต่เดิมทีกลับเป็นที่รู้จักเพียงใน "วงแคบ"

      

"เลขา ศอ.บต." ดัน "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง" GI ลำดับที่ 6 ยะลา อาวุธหลัก Soft Power ชายแดนใต้

นายปิยะศิริ วัตนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต.

 

 

"คำถามคือจะทำอย่างไรให้ดังในวงกว้าง และนักท่องเที่ยวเข้าใจตรงกัน เราจึงหยิบเทรนด์เรื่องสินค้า GI มาเป็นกลไกในการรณรงค์" นายปิยะศิริ ระบุ 


       
เขาเล่าต่อว่า เมื่อทิศทางชัดเจน หน่วยงานในระดับจังหวัดและกรมประมงก็เข้ามาผนึกกำลัง จนเกิดการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในสื่อมวลชน และเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าคุณภาพประจำถิ่นในปัจจุบัน
     

อย่างไรก็ตาม นายปิยะศิริ ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ความสำเร็จของ ปลานิลสายน้ำไหล, ส้มเบตง หรือปลากุเลาเค็มตากใบ ไม่ควรเป็นบทสรุปของการพัฒนา "ถ้าเราเป็นนักพัฒนา เราต้องคิดต่อว่ามันยังมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะที่ต้องดันขึ้นมา"
     

เขาย้ำว่า หน้าที่ของผู้นำหรือองค์กรพัฒนาคือการเป็น "องค์กรต้นแบบแห่งความริเริ่มและความเปลี่ยนแปลง" โดยมีกระบวนการสำคัญ 3 ขั้นตอน คือ หยิบยกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาทำให้เห็นผลจริง เมื่อมีโมเดลความสำเร็จ จนผู้อื่นนำไปทำตามหรือเลียนแบบได้ ต้องพร้อมที่จะขยับไปคิดและเริ่มทำเรื่องใหม่ทันที เพื่อสร้างพลวัตความเจริญอย่างต่อเนื่อง     


      
ขณะที่ นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขึ้นทะเบียน GI เพราะนอกจากจะป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล โดยเฉพาะการคัดเลือกปลา "เพศผู้ล้วน" มาเลี้ยง เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำหนักปลาให้ได้มาตรฐานตั้งแต่ 1 กิโลกรัม ไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษกว่า 9 กิโลกรัม
      

การที่ปลานิลสายน้ำไหลเบตงได้ตรา GI ไม่ใช่เพียงแค่การได้สติกเกอร์มาแปะข้างกล่อง แต่มันคือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านพื้นที่ชายแดนใต้ จากภาพจำของความไม่สงบ สู่ภาพของ "แหล่งผลิตอาหารพรีเมียมระดับโลก"


     
บันไดขั้นต่อไปที่ ศอ.บต. และกรมทรัพย์สินทางปัญญากำลังวางหมากไว้ คือการผลักดันสู่เส้นทาง "Fine Dining Trail" ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะต้องเดินทางมาที่เบตง เพื่อลิ้มรสซาชิมิปลานิลจากสายน้ำเย็นแห่งเทือกเขาสันกาลาคีรี


       
นี่คือ "Soft Power" ที่กินได้จริง และเป็นคำตอบว่าทำไม "ปลานิล" ตัวเล็กๆ ถึงกลายเป็นเพชรเม็ดงามที่อาจช่วยดับไฟใต้ได้อย่างยั่งยืน