"วิโรจน์" แจ้งความเอาผิด ม.157 กกต.ชลบุรี กับ 7 กกต.ชุดใหญ่
10 ก.พ. 2569
"วิโรจน์" แจ้งความฟัน 157 กกต.ชลบุรี-ปธ.หน่วยเลือกตั้ง 15 พ่วง 7 กกต.ชุดใหญ่ ส่วนมวลชนส้มที่ชลบุรี ลั่นไม่รอนานถึง 2 วัน ยันจะปักหลักจนกว่าจะนับคะแนนใหม่
ข่าว
10 ก.พ. 2569
"วิโรจน์" แจ้งความฟัน 157 กกต.ชลบุรี-ปธ.หน่วยเลือกตั้ง 15 พ่วง 7 กกต.ชุดใหญ่ ส่วนมวลชนส้มที่ชลบุรี ลั่นไม่รอนานถึง 2 วัน ยันจะปักหลักจนกว่าจะนับคะแนนใหม่
10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เอกสารแจ้งความพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า มาแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ประจำจังหวัดชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จ.ชลบุรี และ กกต.ทั้ง 7 คน ที่ สภ.เมืองชลบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 172 ของ พ.ร.ป.ป.ป.ช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายวิโรจน์ ระบุว่า พร้อมกับได้ลงบันทึกประจำวันแจ้งเบาะแส ให้กับรองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองชลบุรี ที่อาจจะมีคนชั่วบางคน จัดตั้งกลุ่มอันธพาลขึ้นมาทำร้ายประชาชน และก่อเหตุความวุ่นวาย ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี รับปากว่าจะกำกับดูแล ไม่ให้กลุ่มคนสารเลวทำพฤติกรรมเลวทรามต่ำช้า ในพื้นที่ จ.ชลบุรี อย่างแน่นอน
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า สำหรับการเฝ้าระวังหีบบัตรเลือกตั้ง เป็นระยะเวลา 2 วัน ก่อนที่จะมีการตัดสินใจจาก กกต. ทางรองเลขาธิการ กกต. ได้อนุญาตให้ประชาชนเข้ามาเฝ้าระวังหีบบัตรเลือกตั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เป็นอย่างดี
"หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต. จะมีสามัญสำนึกของความเป็นมนุษย์ และเร่งดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการนับคะแนน ที่ จ.ชลบุรี และอีกหลายจังหวัด เป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรม แค่สิทธิของประชาชน 5 วินาที ที่กากบาทเลือกตั้ง ถ้า กกต. ปกป้องเอาไว้ไม่ได้ ผมคิดว่าก็ควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้วครับ" นายวิโรจน์ ระบุ
ส่วนช่วงเย็นที่ผ่านมา ยังมีประชาชนทยอยมาสมทบเพิ่มขึ้นกว่าในช่วงบ่าย หลังจากที่บางส่วนทยอยกันเลิกงาน มีทั้งประชาชน นักเรียน นักศึกษา ที่มารวมตัวกันกดดันให้มีการนับคะแนนใหม่ แม้ทาง กกต.จะขอเวลาสองวัน ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบ เพื่อพิจารณาพิจารณาวินิจฉัยว่า จะนับคะแนนใหม่หรือไม่
ขณะที่แกนนำบอกว่า ไม่รอ 2 วันมันนานเกินไป เพราะประชาชน ไม่ได้หลับได้นอน และขอไม่ทำตาม การขอความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ ที่จะให้อยู่แต่ 20.00 น. โดยประชาชนทุกคนที่มาร่วมกันตั้งเป้าว่า จะอยู่เฝ้าหีบบัตร จนกว่าจะมีความชัดเจน ในการนับคะแนนใหม่ ซึ่งขณะนี้ครบเส้นตาย 18.00 น. ไปแล้ว และ ไม่ยอมรับเงื่อนไขของเจ้าหน้าที่ ที่ให้อยู่ในนี้ได้ภายใน 20.00 น.จะนั่งล้อมกันอยู่ตรงนี้ และประกาศให้เอามุ้ง เอาเต็นท์ มากางนอนกันที่นี่ด้วย
น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ตอบคำถามว่า มีอะไรอยากฝากถึงบ้านใหญ่ชลบุรีเขต 1 หรือไม่ โดยระบุว่า ตนคิดว่าหากเขามั่นใจ หรือไม่มีอะไรต้องกลัว มั่นใจว่าชนะแน่นอน ดิฉันก็มั่นใจว่า หากมีการนับคะแนนใหม่ มันอาจจะต่างจากเดิม แต่คงไม่เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง ถ้าโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ก็กล้า ๆ หน่อย ประกาศไปเลยว่า เห็นด้วยกับการนับใหม่
คุณธรรมนัสเขายังกล้าประกาศเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นคนคล้าย ๆ กัน เฉดสีก็คล้าย ๆ กัน ประชาชนมีทัศนคติต่อคุณธรรมนัสกับคุณสุชาติไม่ต่างกัน ซึ่งทำให้ดิฉันนับถือคุณธรรมนัสมากกว่าคุณสุชาติ ที่กลับออกมาด้อยค่าพี่น้องประชาชนว่า เป็นแค่เด็กต้องการอมยิ้ม ท่านอย่ามั่นใจอะไรมากเกินไป ดิฉันเชื่อว่าคนชลบุรีและผู้ประกันตน เขาก็กินข้าว ไม่ได้กินหญ้า เขาติดตามข่าวตลอดทั้งปี เขาก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร“ น.ส.รักชนก กล่าว
ขณะที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ นักกฎหมายและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เปิดเผยถึง หลักฐานที่ปรากฏเวลานี้ สามารถนำไปสู่การแจกใบเหลือง ให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ หรือหากพิสูจน์ได้ว่า มีเบื้องหลังทางการเมือง ก็แจกใบส้มเพื่อตัดสิทธิ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรายนั้น ไม่ให้เข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ และต้องชดใช้ความเสียหายในการเลือกตั้ง
แต่ที่เห็นชัดวันนี้คือ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเดิมจะพาประชาชนไปแจ้งความแต่พรรคดำเนินการแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า มีครอบครัวหนึ่ง นอนป่วยไม่ได้มาใช้สิทธิ์ แต่เมื่อญาติมาถึงกับพบว่า ชื่อถูกเซ็นชื่อใช้สิทธิ์ใช้สิทธิ์ ไปแล้ว และวันพรุ่งนี้ทนายอั๋นจะนำคลิปหลักฐานในแต่ละจังหวัด ไปร้อง กกต. ขอให้การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ทั่วประเทศเป็นโมฆะ
ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ตำรวจสอบสวนกลาง 4 นาย จะเข้ามาตรวจสอบ และ เก็บข้อมูลต่างๆ
