svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เลือกตั้งไทยในสายตาโลก: สื่อต่างชาติอ่านเกมการเมืองไทยอย่างไร

09 ก.พ. 2569

สื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลกถอดรหัสเลือกตั้งไทย 2569 ชี้ชัยชนะ "ภูมิใจไทย" สะท้อนการจัดระเบียบอำนาจใหม่ จับตาพรรคประชาชนพ่ายกระแสปฏิรูป ขณะเพื่อไทยเผชิญจุดต่ำสุดของสายชินวัตร พร้อมวิเคราะห์เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลก

สื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลกถอดรหัสเลือกตั้งไทย 2569 ชี้ชัยชนะ "ภูมิใจไทย" สะท้อนการจัดระเบียบอำนาจใหม่ จับตาพรรคประชาชนพ่ายกระแสปฏิรูป ขณะเพื่อไทยเผชิญจุดต่ำสุดของสายชินวัตร พร้อมวิเคราะห์เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลก

KEY

POINTS

  • สื่อต่างชาติวิเคราะห์ว่าชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเกิดจากยุทธศาสตร์เครือข่ายการเมืองท้องถิ่น (กำแพงสีน้ำเงิน) และกระแสชาตินิยม ทำให้เปลี่ยนจากพรรคตัวแปรสู่แกนนำอำนาจ
  • ผลการเลือกตั้งสะท้อนความถดถอยของพรรคฝ่ายค้าน โดยพรรคประชาชนล้มเหลวในการขยายฐานเสียงสู่ชนบท ขณะที่พรรคเพื่อไทยเผชิญวิกฤตศรัทธาและอิทธิพลทางการเมืองลดลง
  • การที่ประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบ ถูกตีความว่าเป็น "สัญญาณซ้อน" ที่ประชาชนต้องการผู้นำเข้มแข็งควบคู่ไปกับกติกาการเมืองใหม่ที่เป็นธรรม
  • แม้ผลเลือกตั้งจะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่สื่อต่างชาติเตือนว่าอาจเป็นเพียง "ความสงบก่อนพายุ" เนื่องจากยังมีความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจที่รอการแก้ไข

การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการแข่งขันทางการเมืองภายในประเทศเท่านั้น แต่ในสายตาของสื่อต่างชาติและนักวิเคราะห์ระดับโลก นี่คือเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อน “การจัดระเบียบอำนาจใหม่” ของไทย ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ โดยหลายสำนักข่าวชั้นนำตั้งแต่ Associated Press, Reuters, Al Jazeera ไปจนถึง The Guardian และ Bloomberg ต่างพยายามถอดรหัสผลเลือกตั้งครั้งนี้ว่าไทยกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางใดท่ามกลางโลกที่ผันผวน 

เลือกตั้งไทยในสายตาโลก: สื่อต่างชาติอ่านเกมการเมืองไทยอย่างไร

ชัยชนะภูมิใจไทย: จากพรรคตัวแปรสู่แกนนำอำนาจ

ประเด็นแรกที่สื่อต่างชาติให้ความสำคัญมากที่สุดคือชัยชนะอย่างโดดเด่นของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งสามารถกวาดที่นั่งเกือบ 200 จาก 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ตัวเลขนี้เหนือความคาดหมายของหลายสำนักข่าวที่ก่อนเลือกตั้งยังประเมินว่าการแข่งขันจะสูสีแบบ “สามก๊ก” ระหว่างพรรคการเมืองหลัก  การชนะครั้งนี้ถูกตีความว่าไม่ใช่แค่ชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง แต่คือการยกระดับจากพรรคตัวแปรทางการเมืองสู่การเป็นแกนนำอำนาจหลักของประเทศ

สื่อต่างประเทศจำนวนมากยังวิเคราะห์ตรงกันว่าปัจจัยสำคัญของชัยชนะคือยุทธศาสตร์สร้างฐานเสียงระดับพื้นที่หรือที่ถูกเรียกว่า “กำแพงสีน้ำเงิน” ซึ่งเน้นเครือข่ายบ้านใหญ่และตระกูลการเมืองท้องถิ่น มากกว่าวาทกรรมอุดมการณ์ระดับชาติ การดึงเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นจำนวนมากเข้าสู่พรรค ทำให้ภูมิใจไทยมีฐานเสียงชนบทแข็งแกร่ง และสะท้อนว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์มากกว่านโยบายมหภาค 

อีกปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางคือกระแสชาตินิยมจากความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงก่อนเลือกตั้ง สำนักข่าวอย่าง The Guardian และสถาบันนโยบายระหว่างประเทศหลายแห่งมองว่าความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ประเด็นความมั่นคงและอธิปไตยกลายเป็นวาระหลักของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่งผลให้ผู้นำที่มีภาพลักษณ์แข็งกร้าวด้านความมั่นคงได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  ขณะเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านสายปฏิรูปกลับถูกตั้งคำถามเรื่องจุดยืนด้านความมั่นคง จนข้อเสนอเชิงปฏิรูปบางประเด็นถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์

เลือกตั้งไทยในสายตาโลก: สื่อต่างชาติอ่านเกมการเมืองไทยอย่างไร

พรรคประชาชน: ความพ่ายแพ้ของกระแสปฏิรูป

ในอีกด้านหนึ่ง สื่อต่างชาติยังจับตาการถดถอยของพรรคประชาชน ซึ่งแม้ยังรักษาฐานเสียงในเมืองใหญ่ได้ แต่กลับล้มเหลวในการขยายฐานสู่ชนบท BBC และ Channel News Asia วิเคราะห์ว่าพรรคเน้นการสื่อสารออนไลน์และนโยบายโครงสร้างมากเกินไป โดยไม่ได้สร้างเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ที่มีอิทธิพลจริง ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากคดีความทางการเมืองของแกนนำพรรค ซึ่งสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพในสายตาผู้เลือกตั้งบางส่วน 

เลือกตั้งไทยในสายตาโลก: สื่อต่างชาติอ่านเกมการเมืองไทยอย่างไร

วิกฤตศรัทธาพรรคเพื่อไทย

สำหรับพรรคเพื่อไทย สื่อต่างประเทศหลายแห่งมองว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสายชินวัตร Bloomberg ถึงกับใช้ถ้อยคำว่าเป็น “เสียงระฆังสุดท้าย” ของอิทธิพลทางการเมืองตระกูลนี้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากความไม่พอใจต่อผลงานรัฐบาลก่อนหน้า การสูญเสียจุดยืนทางการเมืองหลังจับมือกับฝ่ายอนุรักษนิยม และการถูกพรรคการเมืองใหม่ (แต่หน้าเดิม) อย่างพรรคกล้าธรรมเจาะฐานเสียงเดิมในภาคเหนือและอีสาน 
 

ประชามติรัฐธรรมนูญ: สัญญาณซ้อนของสังคมไทย

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจจากต่างชาติคือการจัดประชามติร่างรัฐธรรมนูญควบคู่กับการเลือกตั้ง ผลเบื้องต้นที่ประชาชนราว 60% เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ถูกตีความว่าเป็น “สัญญาณซ้อน” กล่าวคือ ประชาชนเลือกพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมเป็นรัฐบาล แต่ก็ต้องการกติกาทางการเมืองใหม่ที่ยุติธรรมกว่าเดิม นักวิชาการบางคนมองว่านี่สะท้อนความต้องการผู้นำที่เข้มแข็งควบคู่กับระบบการเมืองที่เป็นธรรมมากขึ้น 

เลือกตั้งไทยในสายตาโลก: สื่อต่างชาติอ่านเกมการเมืองไทยอย่างไร

เศรษฐกิจมีเสถียรภาพระยะสั้น-ความเสี่ยงระยะยาว และมิติภูมิรัฐศาสตร์ ไทย vs มหาอำนาจ

ในเชิงเศรษฐกิจ สื่อการเงินต่างประเทศอย่าง Nikkei Asia และ DBS วิเคราะห์ว่าผลเลือกตั้งที่ชัดเจนช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะสั้น ค่าเงินบาทตอบรับเชิงบวกทันทีหลังทราบผล อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเปราะบาง ทั้งการเติบโต GDP ต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และภาวะเงินฝืด ซึ่งอาจกลายเป็นความท้าทายใหญ่ของรัฐบาลใหม่  นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยมอาจกระทบวินัยการคลังหากใช้อย่างรุนแรงเกินไป

ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ผลเลือกตั้งไทยยังถูกเชื่อมโยงกับแนวโน้มการเมืองโลกที่หันไปสู่กระแสอนุรักษนิยมมากขึ้น สื่อต่างชาติหลายแห่งชี้ว่ารัฐบาลไทยชุดใหม่อาจมีท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้นโยบายกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเดียวกันจีนอาจกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 

 

เสถียรภาพจริงหรือความสงบก่อนพายุ

แม้ผลเลือกตั้งจะสร้างภาพเสถียรภาพทางการเมืองในระยะสั้น แต่สื่อต่างประเทศจำนวนไม่น้อยเตือนว่านี่อาจเป็นเพียง “ความสงบก่อนพายุ” ปัจจัยเสี่ยงยังมีทั้งความแตกแยกทางการเมืองที่ฝังลึก ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และความท้าทายจากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หากประเด็นเหล่านี้ถูกจัดการไม่ดี ก็อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ในอนาคต 

...

โดยสรุป ในสายตาสื่อต่างชาติ การเลือกตั้งไทยปี 2569 คือภาพสะท้อนของประเทศที่กำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างอำนาจการเมืองแบบดั้งเดิมกับความต้องการการเปลี่ยนแปลงของสังคมสมัยใหม่

รัฐบาลแนวอนุรักษนิยมที่ “ทันสมัยขึ้น” อาจสร้างเสถียรภาพได้ช่วงหนึ่ง แต่คำถามสำคัญที่โลกยังจับตาคือ เสถียรภาพนั้นจะยั่งยืนเพียงใดในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และความคาดหวังของประชาชนไทยจะถูกตอบสนองได้จริงหรือไม่