ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวถึชีวิตการเมืองของตนเองว่า เริ่มจากพรรคไทยรักไทย ต่อมาพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย แต่ไม่เคยบอกว่าบ้านเดิมไม่ดี แต่ปัญหาคือมีก๊ก มีเหล่า ใครอยู่ก๊กดี มีหัวหน้าดี ก็เติบโตโดยไม่ดูฝีมือ ตนเองจึงจำเป็นต้องออกมาสร้างบ้านหลังใหม่ เพื่อบ้านเมือง และสาเหตุที่ชวนนายไชยามาร่วมพรรค เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีผลงานชัดเจน
“วันนี้พี่น้องหลายคนมาอยู่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่งูเห่า แต่เป็นคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน วันนี้จึงมาขอพี่น้องชาวหนองบัวลำภู เขต 2 อนุญาตให้พี่ไชยาเข้าสู่สภาอีกครั้ง ในนามพรรคกล้าธรรม และผมยืนยันว่า นายไชยา คือรัฐมนตรีในอนาคต เพื่อทำงานให้บ้านให้เมือง โดยมั่นใจว่า ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง พรรคกล้าธรรม จะสามารถ ปักธง ได้เช่นเดียวกับพะเยา พร้อมย้ำแนวทางพรรคว่าเป็นพรรคที่ลงมือทำจริง นโยบายหลัก ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาราคาพืชผล การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปรับโครงสร้างหนี้ครูและเกษตรกร รวมถึงจัดการที่ดินเถื่อนและสินค้าเถื่อน" ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ขณะที่ นายไชยา กล่าวว่า การเปิดเวทีในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการเปิดใจให้พี่น้องได้รับรู้ว่า พรรคกล้าธรรมและตนเอง พร้อมทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ตนเองทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ได้ยึดมั่นในความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อประชาชนเสมอ สิ่งใดที่ทำได้ ก็ทำอย่างเต็มที่ สิ่งใดที่ทำไม่ได้ ตนเองได้อธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นหลักการที่ยึดถือมาตลอด
นายไชยา ได้กล่าวถึงเหตุที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางทางการเมือง หรือการย้ายมาร่วมกับพรรคกล้าธรรม ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเองได้ต่อสู้และผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มกำลัง แต่บริบททางการเมือง ทำให้การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างที่ตั้งใจ ตนเองเคยได้รับโอกาสทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 7 เดือน แต่ได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้เกษตรกรแทบทุกวัน อย่างไรก็ตาม กลับถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงเหตุผล จนถึงวันนี้ ตนเองยังคงถามตัวเองอยู่เสมอว่า ตนเองทำผิดอะไร พร้อมยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่า เหตุการณ์นั้นสร้างความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างมาก แต่ตนไม่เคยหมดศรัทธาในการทำงานเพื่อประชาชน วันนี้จึงอยากขอโอกาสประชาชนชาวหนองบัวลำภูอีกครั้ง