โฆษกพรรคโอกาสใหม่ ขอบคุณเสียงชื่นชม “จตุพร” ตอกย้ำจริยธรรมผู้นำ
20 ม.ค. 2569
“โฆษกพรรคโอกาสใหม่” ขอบคุณเสียงชื่นชม “จตุพร” หลังดีเบตปะทะ “เท้ง” ปมผู้สมัคร สส.สีเทา ดันเรตติ้งพรรคพุ่ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ "คัดคนคุณภาพ–โชว์จริยธรรมผู้นำ"
ข่าว
20 ม.ค. 2569
“โฆษกพรรคโอกาสใหม่” ขอบคุณเสียงชื่นชม “จตุพร” หลังดีเบตปะทะ “เท้ง” ปมผู้สมัคร สส.สีเทา ดันเรตติ้งพรรคพุ่ง ตอกย้ำภาพลักษณ์ "คัดคนคุณภาพ–โชว์จริยธรรมผู้นำ"
นายสิรวิทย์ ช่วงเสน ทีมโฆษกพรรคโอกาสใหม่ กล่าวถึงกระแสเสียงชื่นชมที่เกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ขึ้นเวทีดีเบตในรายการ Nation Debate : จุดเปลี่ยนประเทศไทยว่า พรรคฯ ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจและสะท้อนความคิดเห็นต่อจุดยืนด้านจริยธรรมทางการเมืองของพรรค โดยกระแสดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการดีเบตระหว่างนายจตุพร กับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในประเด็นคำถามกรณีผู้สมัคร สส. ถูกออกหมายจับ โดยผู้ใช้งานโซเชียลจำนวนหนึ่งได้นำคำตอบของทั้งสองฝ่ายมาเปรียบเทียบถึง “ระดับความเป็นผู้นำ” และความเข้าใจเรื่องจริยธรรมทางการเมือง
ระหว่างคำตอบของนายณัฐพงษ์ ที่ระบุบนเวทีว่า “หากมีการออกหมายจับผู้สมัครฯ มาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองและความรับผิดชอบของผู้สมัครฯ ต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย” ขณะที่ นายจตุพร ให้คำตอบในอีกมุมหนึ่งว่า “ถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรค ผมก็ต้องลาออกด้วย เพราะเราตัดสินใจเอาเขาเข้ามา เราต้องรับผิดชอบ” โดยส่วนหนึ่งมองว่าคำตอบของนายจตุพรสะท้อนความรับผิดชอบในฐานะผู้นำองค์กรทางการเมือง
นายสิรวิทย์ กล่าวอีกว่า ความเห็นในโลกออนไลน์บางส่วนยังชี้ว่า แนวคิดของนายจตุพร มีลักษณะใกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพร้อมแสดงความรับผิดชอบ แม้ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดโดยตรง หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นภายใต้การตัดสินใจหรือการคัดเลือกของตนผิดพลาด
“กระแสตอบรับดังกล่าวทำให้คะแนนนิยมของพรรคโอกาสใหม่เพิ่มขึ้น ประชาชนให้ความสนใจติดตามมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคำตอบของนายจตุพรก็สอดคล้องกับแนวทางการคัดสรรผู้สมัครฯ ของพรรคโอกาสใหม่” นายสิรวิทย์ กล่าว
นายสิรวิทย์ ระบุด้วยว่า เวทีดีเบตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการประชันนโยบาย แต่ยังเป็นการจุดประกายให้สังคมหันมาสนใจแนวคิดด้านจริยธรรมและมาตรฐานผู้นำทางการเมืองมากขึ้น ตลอดจนทำให้เห็นถึงความพร้อมของนายจตุพรที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศในอนาคต
