ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะมีการประชุมเรื่องกัญชาในวันที่ 22 พ.ย. นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มันคุยไม่ได้ เพราะกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นผู้พิจารณาให้กัญชาออกจากยาเสพติดประเภท 5 พอมีมติ รมว.สธ. ก็ลงนามตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด เช่นเดียวกับประกาศ สธ. เรื่องควบคุมการใช้ช่อดอก ในเมื่อกัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด ก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ส. แต่หากบอกว่าจะเอากลับไปเป็นยาเสพติดใหม่ ก็ต้องเริ่มกระบวนการใหม่หมด เริ่มจากกรรมการควบคุมการใช้ยาเสพติดของ สธ. ซึ่งมันก็วนไปวนมา
ดังนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด เพื่อสนับสนุนนโยบาย และความมีเสถียรภาพของรัฐบาล รู้จักการอยู่ด้วยกันเพื่อสร้างสรรค์ และความเป็นปึกแผ่น ประเทศของเราก็เดินหน้าไปได้ รัฐบาลหากมีความสามัคคี ก็มีความเข้มแข็ง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทุกภาคส่วนก็จะเกิดขึ้น โชคดีที่ภูมิใจไทยยึดถึงปฏิบัติมาตลอด ตนยึดถือมากๆ ในกติกาการอยู่ร่วมกัน ทั้งนี้กฎหมายบรรจุไว้ในการประชุมสภาแล้ว การที่บอกว่าภูมิใจไทยไม่รอบคอบ สธ.ไม่รอบคอบ มันไม่ใช่เลย ถ้าเรามีความเข้าใจกันในพรรคร่วม ป่านนี้กฎหมายเสร็จไปแล้ว ก็จะผ่านเรื่องไปยังวุฒิสภาแล้ว ตนไม่รอบคอบอย่างเดียว คือนึกไม่ถึงว่าพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง จะมาขวางกันเอง
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ จะเสร็จทันก่อนเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทันก็เอามาหาเสียง แล้วบอกประชาชนว่าถูกขวางอย่างไร ก็ขอประชาชนสนับสนุน เพราะมันมาเกือบจะถึงเส้นชัยอยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็หยุดไม่ได้ นโยบายใคร นโยบายมัน ถ้าจะอยู่ร่วมกันก็ต้องสนับสนุน เพราะไม่ใช่นโยบายที่ผิดกฎหมาย และยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่พูดเลย
“ไม่เอากัญชา แต่เอาเหล้าก้าวหน้า” นายอนุทิน กล่าวก่อนจะหัวเราะ
เมื่อถามย้ำว่า จะส่งผลถึงการพิจารณาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในครั้งต่อๆ ไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้เลือกตั้งเสร็จ เราอย่าเพิ่งไปพูดถึงรัฐบาลต่อไป เอาว่าใครทำงานเยอะ ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประชาแค่ไหน ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน วันนี้เรายังทำงาน
เมื่อถามว่า การประชุมของ ป.ป.ส. เป็นการพิจารณากรณีมีผู้ร้องศาลปกครอง ให้ยกเลิกประกาศ สธ. หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราห้ามคนไปฟ้องศาลปกครองไม่ได้ ก็ต้องแล้วแต่ศาล ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. คงอยากจะทราบรายละเอียด แต่จริงๆ ต้องไปถามคนฟ้อง ถามกรรมการด้วยกันเองไม่มีใครรู้ อยู่ที่ว่าคนฟ้องได้รับผลกระทบโดยตรงหรือไม่ แล้วเกิน 3 เดือนหรือยัง มีปัญหาอะไรทำให้ประเทศเกิดความระส่ำระสาย โกลาหลหรือไม่ ส่วนที่มีคนตีความว่าเป็นการพิจาณายกเลิกประกาศ สธ. และให้กัญชาเป็นยาเสพติดนั้นมีขั้นตอน จะเอาเข้า เอาออกต้องมีขั้นตอนไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครจะบรรจุอะไรเข้ามาแล้วเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ สำคัญคือวันนี้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด คนพูดก็พูดไป พูดไปโดยไม่รับรับผิดชอบ คนที่พูดไม่ได้เป็นรมว.สธ. ไม่ได้เป็น ป.ป.ส. แต่พูดในการหาเสียง
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า การมีกฎหมายก็เพื่อเอามาใช้ป้องกันการใช้ในทางที่ผิด ในส่วนของการออกประกาศนั้นก็เป็นรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ยกเลิกได้ ปรับปรุงได้ แต่หากเป็นกฎหมายใหญ่จะปรับปรุงแก้ไขลำบาก ย้ำว่ากฎหมายใหญ่เอามาควบคุมการใช้ในทางที่ผิด
“ไม่ใช่ห่วงแต่ไม่ให้กฎหมายออก แล้วจะเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แบบนี้ผิดสัตยาบรรณในการร่วมรัฐบาล”