ส่วนความเชื่อมั่นที่จะส่งผลกระทบนั้น ตนคิดว่าต้องทำความเข้าใจชัดเจนอย่างกรณีที่ตนห่วงในประเทศ เราทุกคนเข้าใจ ทุกคนก็อยากเห็นว่าช่วยกันทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่างวันนี้ไฟฟ้าก็ขึ้น มาตรการในการที่จะดูแลก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะดูแลกันอย่างไร ดอกเบี้ยก็ขึ้น บรรดาพวก SME เขาก็เดือดร้อนเศรษฐกิจก็ไม่ดีอยู่แล้วก็มีต้นทุนดอกเบี้ยขึ้นมาเป็นต้น หรือปัญหาน้ำท่วม คือปัญหาอะไรภายในประเทศตนว่าเราเข้าใจ
แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ควรจะทำความเข้าใจให้ชัดเจนก็คือ นอกประเทศ พวกนักลงทุนต่างๆ ให้เข้าใจว่า รัฐบาลยังอยู่ เพียงแต่นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่รอฟังคำสั่งศาล แต่รัฐบาลยังอยู่ ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนที่จะเป็นเจ้าภาพเอเปค ฉะนั้นต้องพยายามที่จะทำความเข้าใจและชี้แจงให้กับประเทศต่างๆ ที่เขาจะมาร่วมประชุมเอเปคได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศ ว่ารัฐบาลยังอยู่ นายกรัฐมนตรียังอยู่ เพียงแต่หยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วงหนึ่งจนกว่าศาลจะวินิจฉัยเพื่อให้ต่างประเทศเข้าใจ และก็มั่นใจว่ามาประชุมและประเทศชาติของเรายังปลอดภัย อันนั้นเป็นเรื่องต่างประเทศ เป็นเรื่องที่กระทรวงต่างประเทศก็คงจะต้องไปดูแลในการทำความเข้าใจในส่วนอะไรที่เกี่ยวกับนอกประเทศ
"ความมั่นใจของนักลงทุนหรือนักท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะบริบทของการเป็นเจ้าภาพเอเปค ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ยิ่งถ้าเกิดเราสร้างความมั่นใจได้แล้ว ผู้นำของแต่ละประเทศมากันมากๆ อันนี้จะส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศให้เด่น สง่างาม เป็นภาพลักษณ์ที่ดีที่จะนำไปสู่ความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจการลงทุน การท่องเที่ยว" นายสุวัจน์ กล่าว
ทั้งนี้ เอเปคเป็นเรื่องที่สำคัญ การที่จะให้เขาทราบข้อเท็จจริง ชี้แจง ทำความเข้าใจแล้วทุกคนสบายใจแล้วก็ยังมาร่วมประชุมกันเหมือนเดิม ตนว่าอันนี้เป็นบริบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนอกประเทศ แต่เรื่องภายในประเทศตนคิดว่าพี่น้องประชาชนก็เข้าใจสถานการณ์และทุกคนก็ให้ความร่วมมือกับสิ่งที่ศาลสั่งอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าวิเคราะห์ว่ารัฐบาลจะไปต่อ หรืออยู่จนครบเทอมหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้เรื่องครบเทอม หรือ ไม่ครบเทอม คงจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ เป็นไปตามอายุขัย เป็นไปตามสภาพการเมือง แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องหลักอะไรแล้ว และวันนี้บ้านเมืองก็เหลือเวลา 6-7 เดือน มี 4 ปี เรามาตั้ง 3 ปีครึ่งแล้วมากกว่า 80% แล้ว และเรื่องหลักๆ ก็ผ่านไปหมดแล้ว เช่น กฎหมายงบประมาณก็ผ่านไปแล้ว ก็ไม่ได้มีประเด็น กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้งก็ผ่านไปแล้ว ฉะนั้นประเด็นอะไรต่างๆในสภาฯ ที่คั่งค้างก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก ฉะนั้น จะครบเทอมหรือไม่ครบเทอมในที่สุดก็ต้องเลือกตั้งภายใน 6-7 เดือนข้างหน้า
แต่สำคัญที่สุดก็คือ การใช้เวลาที่เหลือนี้ ซึ่งไม่รู้เท่าไหร่ อาจจะอยู่ 6-7 เดือน หรืออาจจะ 5 เดือนก็ได้ อาจจะหลังเอเปคก็ได้ ใช้เวลาที่เหลือนี้ลงไปดูแลไปใกล้ชิดไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ เพราะผลกระทบต่างๆและมีผลกระทบมากๆ กับพี่น้องประชาชน หรือ ผู้ประกอบการเขารอการช่วยเหลือจริงๆ
"ผมคิดว่าอันนี้ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ ครม.ที่มีความต่อเนื่องในการทำงาน อยากจะให้ทุกคนได้ใช้โอกาสนี้ทำงานกันอย่างเต็มที่ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนเลือกตั้งเมื่อไหร่เป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรแล้ว เพราะว่าเราผ่านมากว่า 80% แล้ว และเรื่องหลักๆในสภาก็ผ่านไปแล้ว"
ผู้สื่อข่าวถามถึงผู้ว่าราชการคนใหม่ที่มาจาก จ.อุดรธานี ฉายาผู้ว่าอายุน้อยที่สุดมาอยู่จังหวัดใหญ่ จ.นครราชสีมานั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แต่ว่าเท่าที่ดูประวัติเหมือนกับเป็นข้าราชการรุ่นใหม่ อายุน้อย คนหนุ่ม ก็เหมาะกับสถานการณ์ของประเทศ สถานการณ์วันนี้ที่ต้องการความคล่องตัว การดูแลการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทุ่มเทการทำงาน ท่านก็เหมาะ อายุ 48 ปีเคยอยู่ในภาคอีสานอยู่แล้ว ฉะนั้น เข้าใจพื้นฐาน ตนก็คิดว่าเหมาะสม เป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จ ช่วยมาสร้างความเจริญให้กับจ.นครราชสีมา
"อยากให้มาช่วยดูแลปัญหาเศรษฐกิจ และสร้างเมืองโคราชให้เป็นเมือลงทุน เมืองท่องเที่ยว และช่วยกันเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้รวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้เป็นแรงจูงใจให้กับนักลงทุน นักท่องเที่ยว อย่างตอนนี้คนโคราชลุ้นกันว่าเมื่อไหร่รถไฟความเร็วสูงจะเสร็จ เมื่อไหร่มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-โคราชจะเปิด ฉะนั้น ถ้าได้ช่วยกันเร่งรัด ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อจะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และอีกเรื่องที่สำคัญเราต้องช่วยดูแลโคราชน้ำต้องไม่ท่วม ตนคิดว่าผู้ว่าฯได้รับแต่งตั้งจาก ครม. และอายุยังน้อยก็เชื่อมั่นท่านน่าจะประสบความสำเร็จในการทำงาน ขอเป็นกำลังใจให้" นายสุวัจน์ กล่าว