เนชั่นทีวี

ข่าว

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 4 : พลังเงินซื้อเสียงได้จริงหรือ ? บทเรียนจากสงครามระดมทุน และมหาเศรษฐีการเมือง โดย กฤษฎา บุญเรือง

30 ต.ค. 2569 | กฤษฎา บุญเรือง

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 4 : พลังเงินซื้อเสียงได้จริงหรือ ? บทเรียนจากสงครามระดมทุน และมหาเศรษฐีการเมือง โดย กฤษฎา บุญเรือง

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 4 : พลังเงินซื้อเสียงได้จริงหรือ ? บทเรียนจากสงครามระดมทุน และมหาเศรษฐีการเมือง : โดย กฤษฎา บุญเรือง

Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 4 : พลังเงินซื้อเสียงได้จริงหรือ ? บทเรียนจากสงครามระดมทุน และมหาเศรษฐีการเมือง : โดย กฤษฎา บุญเรือง

KEY

POINTS

  • เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2026 ทุ่มงบโฆษณาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 11,600 ล้านดอลลาร์ แซงสถิติเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา
  • เดโมแครต vs รีพับลิกัน ต่างระดมทุนสู้ศึก เดโมแครตเน้นเงินบริจาครายย่อย ส่วนรีพับลิกันได้แรงหนุนจากมหาเศรษฐีและ Super PACs
  • เงินซื้อชัยชนะไม่ได้เสมอไป แม้งบโฆษณาช่วยเพิ่มการเข้าถึงประชาชน แต่ปากท้อง ค่าครองชีพ และนโยบายยังเป็นปัจจัยชี้ขาดคะแนนเสียง

คำถามคลาสสิกทางการเมืองคือ เม็ดเงินสถิติโลกที่ทุ่มลงไปจะการันตีชัยชนะได้จริงไหม? รายงานการศึกษาสังเกตการณ์พบว่า การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีเงินสะพัดทุบสถิติสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยไม่เคยมีครั้งไหนสูงเท่านี้มาก่อน  AdImpact ประเมินว่างบโฆษณาปี 2026 สูงถึง 11,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทุบสถิติการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งก่อนในปี 2022 ($8.9 พันล้าน) และแซงหน้าการเลือกตั้งใหญ่ปี 2024 ($11.2 พันล้าน) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยโครงสร้างและแหล่งที่มาของเงินทุนของทั้งสองพรรคแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

พรรคเดโมแครต : พลังมดพลังรากหญ้า (Small Donors)

 

เดโมแครต เน้นการรวบรวมเงินบริจาครายย่อยจากประชาชนทั่วไป ผ่านระบบระดมทุนออนไลน์อย่าง ActBlue ซึ่งสร้างสถิติไตรมาสที่ 3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 833 ล้านดอลลาร์ ยอดบริจาคเฉลี่ยตกเพียงประมาณ 39 ดอลลาร์ต่อครั้ง เท่านั้น จากฐานประชาชนผู้บริจาคหน้าใหม่และหน้าเดิมมากกว่า 15 ล้านรายการ สิ่งนี้สะท้อนว่าเดโมแครตมีเครือข่ายผู้สนับสนุนวงกว้างที่พร้อมสู้คนละนิดคนละหน่อยแต่รวมกันเป็นก้อนใหญ่

พรรครีพับลิกัน : ทุนหนาจากนายทุนใหญ่และ Super PACs

 

ฝั่งรีพับลิกันได้แรงขับเคลื่อนหลักจากมหาเศรษฐีระดับอภิมหาเศรษฐีที่ทุ่มเงินก้อนโตเข้ามาสู้ศึก โดยเฉพาะเจ้าพ่อเทคโนโลยีอย่าง Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX และ Tesla ที่ทุ่มเงินในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ไปแล้วรวมกว่า 442 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เขาเพิ่งอัดฉีดเงินเพิ่มอีก 76.8 ล้านดอลลาร์เข้ากลุ่ม America PAC ของตัวเองภายในเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวในช่วงเดือนตุลาคม ตามรายงานบัญชีการเงินหาเสียงล่าสุดก่อนวันเลือกตั้ง

 

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าพ่อวงการการเงินและเทคโนโลยีอีกหลายคนที่ควักกระเป๋าทุ่มเงินสู้ เช่น Marc Andreessen และ Ben Horowitz (รวมกันกว่า 115 ล้านดอลลาร์), Jeff Yass (93.8 ล้านดอลลาร์), Richard และ Elizabeth Uihlein (70 ล้านดอลลาร์) รวมถึง Miriam Adelson (67.6 ล้านดอลลาร์)

มุมมองสองด้านและบทเรียนการเมือง : เงินซื้อเสียงได้จริงหรือ?

 

1. เงินคือ "กระบอกเสียง" ที่ยิ่งใหญ่และการเข้าถึงผู้คน

 

การมีเงินทุนหนาช่วยให้พรรคการเมืองสามารถกวาดซื้อโฆษณาครอบงำทุกช่องทาง รายงานวิเคราะห์จาก AdImpact ประเมินว่างบประมาณโฆษณาทางการเมืองรวมในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงถึง 11,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (11.6 Billion Dollars) ซึ่งช่วยให้สามารถทุ่มโฆษณาผ่านทีวี โซเชียลมีเดีย ยูทูบ และจัดตั้งทีมงานลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเพื่อดึงคะแนนเสียงได้อย่างครอบคลุมทุกจุด

 

2. แต่ "เงิน" ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง

 

บทเรียนจากการเลือกตั้งหลายๆ รอบชี้ชัดว่า ต่อให้มีงบมหาศาลและได้เงินหนุนจาก Super PACs แต่อาวุธหนักเหล่านี้ก็ไม่สามารถซื้อใจประชาชนได้ หากตัวผู้สมัครและนโยบายไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนที่แท้จริง โดยเฉพาะเรื่อง "ปากท้อง ค่าครองชีพ และราคาสินค้า" หากประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินในกระเป๋า ต่อให้ทุ่มงบโฆษณาถล่มทีวีมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนกระแสความไม่พอใจของครัวเรือนได้อย่างสิ้นเชิง

ข่าวล่าสุด