กว่า 20 ชาติตื่นตัว สั่งประชาชนตุนเสบียงฉุกเฉิน 3-14 วัน รับวิกฤต
29 ต.ค. 2569 | apirak_pra

รัฐบาลกว่า 20 ประเทศทั่วโลกแนะประชาชนกักตุนเสบียงฉุกเฉิน 3-14 วัน รับมือสงคราม-ไซเบอร์-ภัยพิบัติ ชี้เป้าหมายช่วยตนเองเบื้องต้น
ข่าว
29 ต.ค. 2569 | apirak_pra

รัฐบาลกว่า 20 ประเทศทั่วโลกแนะประชาชนกักตุนเสบียงฉุกเฉิน 3-14 วัน รับมือสงคราม-ไซเบอร์-ภัยพิบัติ ชี้เป้าหมายช่วยตนเองเบื้องต้น
KEY
POINTS
กระแสความตื่นตัวด้านความมั่นคงและการป้องกันพลเรือนกำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก หลังจากการรวบรวมข้อมูลพบว่า มีอย่างน้อย 20 ประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศมาตรการและเผยแพร่คู่มือเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤต โดยหลายประเทศในยุโรปเพิ่งเปิดตัวแคมเปญระลอกใหม่ในเดือนตุลาคม 2569 ขณะที่บางประเทศมีกรอบแนวปฏิบัติต่อเนื่องมานานแล้ว
อังกฤษ: เปิดตัวแคมเปญ "Be Ready" เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม แนะประชาชนสำรองสิ่งของจำเป็นอย่างน้อย 72 ชั่วโมง (3 วัน) รับมือภัยพิบัติ ไฟฟ้าดับ และสงครามไซเบอร์
ญี่ปุ่น: ออกประกาศย้ำเตือนให้สำรองอาหารและน้ำดื่ม 3–7 วัน รับมือความเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่ โดยเฉพาะร่องลึกนันไก (Nankai Trough) แผ่นดินไหวในกรุงโตเกียว และการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ
กลุ่มนอร์ดิกและบอลติก: สวีเดนแจกคู่มือ "In Case of Crisis or War" ให้เตรียมรับมือวิกฤตหรือสงคราม 7 วัน, นอร์เวย์แนะพึ่งพาตนเอง 7 วัน, เอสโตเนียกำหนดสำรอง 7 วัน, ฟินแลนด์เตรียมแจกคู่มือ 3.5 ล้านฉบับสำหรับ 72 ชั่วโมง ขณะที่เดนมาร์ก ลัตเวีย และลิทัวเนีย แนะสำรองสิ่งของฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
ยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง: เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส สาธารณรัฐเช็ก และ เนเธอร์แลนด์ (แคมเปญ "Denk vooruit" หรือคิดล่วงหน้า) ต่างรณรงค์ชุดยังชีพ 72 ชั่วโมง ขณะที่ เยอรมนี วางกรอบสำรองระยะยาวสูงสุด 10 วัน, ออสเตรีย แนะนำสำรองนานถึง 14 วัน (2 สัปดาห์) เพื่อรับมือไฟดับวงกว้าง และ โปแลนด์ยกระดับหลุมหลบภัยควบคู่ชุดฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
ทวีปอเมริกาและโอเชียเนีย: แคนาดาแนะจัดชุดฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง, ออสเตรเลีย วางแผนตามความเสี่ยงรายพื้นที่ (น้ำท่วม-ไฟป่า) ส่วน สหรัฐอเมริกา ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ Ready.gov ของ FEMA มาต่อเนื่อง ขณะที่มีรายงานแผน "FORTRESS" ที่มุ่งให้ค่ายทหารหลักพึ่งพาตนเองได้ 90 วัน ซึ่งเป็นระเบียบภายในของกองทัพ ไม่ใช่คำสั่งต่อพลเรือน
สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลหลายชาติต้องเร่งรณรงค์ ไม่ได้มีเพียงมิติด้านความขัดแย้งทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงจาก "ภัยคุกคามทางไซเบอร์" ที่อาจโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานจนทำให้ระบบธนาคาร สถาบันการเงิน การจ่ายกระแสไฟฟ้า และเครือข่ายสื่อสารล่มพร้อมกัน ตลอดจนภัยธรรมชาติรุนแรงที่อาจตัดขาดเส้นทางขนส่งสินค้า การที่ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ใน 3-14 วันแรก จะช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถจัดสรรทรัพยากรไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและพื้นที่วิกฤตหนักก่อนได้ทันท่วงที
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงยืนยันว่า การเตือนภัยดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานที่ชี้ว่าหน่วยข่าวกรองตรวจพบสัญญาณการระเบิดของสงครามโลกครั้งที่ 3 เนื่องจากหลายประเทศดำเนินนโยบายนี้เป็นแผนบริหารความเสี่ยงตามปกติอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นการประกาศเตือนพร้อมกันจากศูนย์กลางบัญชาการเดียวแต่อย่างใด