เนชั่นทีวี

ข่าว

“ซาบีดา” ยันปราสาทตาควาย–ปราสาทคนา เป็นของไทย เตรียมส่งหนังสือถึงกัมพูชา

25 ต.ค. 2569 | prisana_tha

“ซาบีดา” ยันปราสาทตาควาย–ปราสาทคนา เป็นของไทย เตรียมส่งหนังสือถึงกัมพูชา

“ซาบีดา” ยืนยันไทยปกป้องโบราณสถานและโบราณวัตถุของไทย เผยปราสาทตาควาย–ปราสาทคนา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว เตรียมส่งหนังสือยันจุดยืนถึงกัมพูชา

“ซาบีดา” ยืนยันไทยปกป้องโบราณสถานและโบราณวัตถุของไทย เผยปราสาทตาควาย–ปราสาทคนา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว เตรียมส่งหนังสือยันจุดยืนถึงกัมพูชา

KEY

POINTS

  • “ซาบีดา” ยืนยันปราสาทตาควาย-ปราสาทคนา ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไทย ปฏิเสธข้อเรียกร้องกัมพูชาขอคืนโบราณวัตถุ
  • กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมทำหนังสือชี้แจงกัมพูชา ย้ำใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และกฎหมายเป็นหลัก
  • กองทัพบก จับตาหนังเขมรพาดพิงทหารไทย ชี้เป็นงานสร้างจากความทรงจำ ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ หวั่นกระทบสัมพันธ์ 2 ชาติ

25 ตุลาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ภายหลังจากกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับหนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 มีข้อกล่าวอ้างและข้อเรียกร้องเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ปราสาทตาควายและปราสาทคนา ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องจึงเป็นไปเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุภายใต้กรอบกฎหมายไทย โดยคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

สำหรับปราสาทคนา กรมศิลปากร เคยดำเนินการสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2544 โดยในขณะนั้นไม่พบเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือนชาวกัมพูชาในบริเวณพื้นที่ที่สำรวจ และไม่ปรากฏการคัดค้านหรือขัดขวางการดำเนินงานจากฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการดำเนินงานสำรวจของหน่วยงานไทย ที่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องได้

 

ภายหลังเหตุการณ์การสู้รบและการหยุดยิง หน่วยงานไทยได้ดำเนินการดูแลรักษาพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยกรมศิลปากรได้สำรวจและจัดทำบัญชีรายการโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา พร้อมนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อันเป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองโบราณวัตถุให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

“ซาบีดา” ยันปราสาทตาควาย–ปราสาทคนา เป็นของไทย เตรียมส่งหนังสือถึงกัมพูชา

 

สำหรับข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา นางสาวซาบีดา ยืนยันว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุของไทย กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายไทย

 

ประเทศไทยไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุ โดยอาศัยเพียงการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา โดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ ทั้งนี้ ประเทศไทยจะยืนหยัดในการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณวัตถุของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ส่วนกรณีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางทหารหรือการจงใจทำให้โบราณสถานเสียหายนั้น ฝ่ายไทยไม่ยอมรับข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าการดำเนินงานของหน่วยงานไทยมีเป้าหมายเพื่อดูแลรักษาและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่การใช้ประโยชน์จากโบราณสถานในทางทหารหรือการจงใจสร้างความเสียหายให้แก่โบราณสถาน

 

พร้อมกันนี้ กรมศิลปากรได้เตรียมการสำหรับการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ เพื่อฟื้นฟูสภาพและรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของโบราณสถานเหล่านั้นให้คงอยู่สืบไป โดยการดำเนินงานจะต้องอาศัยการสำรวจและประเมินสภาพความเสียหาย ตลอดจนหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์ที่เหมาะสม เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรอบคอบและรักษาคุณค่าของโบราณสถานไว้ให้ได้มากที่สุด

 

นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ประวัติการสำรวจพื้นที่ การดำเนินการดูแลรักษาโบราณวัตถุ ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

 

หนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา

 

“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของโบราณสถานและโบราณวัตถุ การดำเนินการทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เราจะปกป้องและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยอย่างเต็มที่ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อฝ่ายกัมพูชาผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว

 

กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ หนักแน่น และเป็นไปตามหลักฐานและกฎหมาย โดยมุ่งคุ้มครองโบราณสถานและโบราณวัตถุให้คงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป

 

ทบ.จับตาหนังเขมรพาดพิงทหารไทย! ไม่ใช่ประวัติศาสตร์

 

ขณะเดียวกัน วานนี้(24 ต.ค. 69) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ภาพยนตร์ของกัมพูชา ซึ่งมีกำหนดฉายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเผยแพร่ภาพโปสเตอร์ที่พาดพิงทหารไทย ว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นงานเชิงภาพยนตร์ที่สร้างจากความทรงจำของบุคคล มิใช่บันทึกทางประวัติศาสตร์ ภาพการปฏิบัติการทางทหารในภาพยนตร์ เป็นการเสริมแต่งเพื่อสร้างอรรถรสของภาพยนตร์ โดยกองทัพบกจะติดตามรายละเอียดและเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างอีกครั้ง ว่าเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

 

โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า รัฐบาลและศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อการเผยแพร่สื่อที่นำเสนอประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชา ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความเกลียดชัง และย้ำว่างานสร้างสรรค์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือปลุกความเกลียดชัง

 

โฆษกกองทัพบก กล่าวด้วยว่า หากภาพยนตร์ดังกล่าวถูกมองในมุมลบ อาจส่งผลต่อบรรยากาศการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวล่าสุด