สำหรับข้อเรียกร้องของฝ่ายกัมพูชาให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา นางสาวซาบีดา ยืนยันว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุของไทย กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การดำเนินการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายไทย
ประเทศไทยไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุ โดยอาศัยเพียงการกล่าวอ้างของฝ่ายกัมพูชา โดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจนรองรับ ทั้งนี้ ประเทศไทยจะยืนหยัดในการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณวัตถุของไทย โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางทหารหรือการจงใจทำให้โบราณสถานเสียหายนั้น ฝ่ายไทยไม่ยอมรับข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าการดำเนินงานของหน่วยงานไทยมีเป้าหมายเพื่อดูแลรักษาและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่การใช้ประโยชน์จากโบราณสถานในทางทหารหรือการจงใจสร้างความเสียหายให้แก่โบราณสถาน
พร้อมกันนี้ กรมศิลปากรได้เตรียมการสำหรับการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ เพื่อฟื้นฟูสภาพและรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของโบราณสถานเหล่านั้นให้คงอยู่สืบไป โดยการดำเนินงานจะต้องอาศัยการสำรวจและประเมินสภาพความเสียหาย ตลอดจนหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์ที่เหมาะสม เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรอบคอบและรักษาคุณค่าของโบราณสถานไว้ให้ได้มากที่สุด
นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ประวัติการสำรวจพื้นที่ การดำเนินการดูแลรักษาโบราณวัตถุ ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และบูรณะโบราณสถานที่ได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยภายใต้กฎหมายและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของโบราณสถานและโบราณวัตถุ การดำเนินการทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เราจะปกป้องและรักษามรดกทางวัฒนธรรมของไทยอย่างเต็มที่ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อฝ่ายกัมพูชาผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว
กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันว่า จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ หนักแน่น และเป็นไปตามหลักฐานและกฎหมาย โดยมุ่งคุ้มครองโบราณสถานและโบราณวัตถุให้คงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไป
ทบ.จับตาหนังเขมรพาดพิงทหารไทย! ไม่ใช่ประวัติศาสตร์
ขณะเดียวกัน วานนี้(24 ต.ค. 69) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ภาพยนตร์ของกัมพูชา ซึ่งมีกำหนดฉายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเผยแพร่ภาพโปสเตอร์ที่พาดพิงทหารไทย ว่า ภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นงานเชิงภาพยนตร์ที่สร้างจากความทรงจำของบุคคล มิใช่บันทึกทางประวัติศาสตร์ ภาพการปฏิบัติการทางทหารในภาพยนตร์ เป็นการเสริมแต่งเพื่อสร้างอรรถรสของภาพยนตร์ โดยกองทัพบกจะติดตามรายละเอียดและเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างอีกครั้ง ว่าเป็นไปเพื่อความบันเทิง หรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
โฆษกกองทัพบก กล่าวอีกว่า รัฐบาลและศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (JIC) ที่ได้แสดงความห่วงใยต่อการเผยแพร่สื่อที่นำเสนอประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชา ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความเกลียดชัง และย้ำว่างานสร้างสรรค์ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนประวัติศาสตร์หรือปลุกความเกลียดชัง
โฆษกกองทัพบก กล่าวด้วยว่า หากภาพยนตร์ดังกล่าวถูกมองในมุมลบ อาจส่งผลต่อบรรยากาศการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้