ช่วงนั้นดูแลตัวเองยังไงในช่วงที่ตัวเองเรียกว่าจิตตก?
ก็ยอมรับว่าจิตตก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่สาวเสียแล้วมันเคว้ง แต่สุก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องชีวิตความรักตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ว่าบังเอิญมันอยู่ด้วยกันมานานเกือบ 10 ปีแล้ว สุก็แฮปปี้สิ่งดีๆก็มีเยอะ สุก็คิดว่ามันหมดเวลาต่อกัน มันหมดเวลาแล้วมันจะรั้งอะไรก็รั้งไม่ได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่หมดเวลา ไล่ยังไงก็ไม่ไปถ้าไม่หมดบุญ "
ณ วันนี้ไหวไหมสภาพจิตใจของเรา?
สบายมาก ถามว่าเสียใจไหมมันก็เสียใจแหละ มันก็มีอารมณ์ที่เสียใจแต่ว่าเราก็โตมากแล้วล่ะ เราก็รู้ว่าอะไรคืออะไร สุรู้ว่าสุต้องอยู่ยังไงให้มีความสุขมากกว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมันเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ทุกข์ก็เหมือนกันมันเข้ามาแล้วก็ผ่านไป มันไม่มีอะไรที่อยู่กับเราจีรัง เพราะฉะนั้นถ้าจะอยากให้สุข สุขมันขึ้นอยู่กับใจเรา เราก็ต้องปรับจิตใจของเรา พยายามทำใจให้ตัวเองมีความสุข ใส่บาตรทุกเช้าก็อโหสิกรรม ให้เจ้ากรรมนายเวรให้ลูกให้เต้า ให้ทุกคนให้กัลยาณมิตรทุกคน แล้วก็จุงน้องหมาเดินวันละ 3-4 กิโล เราดีขึ้นเยอะ
ได้เรียนรู้อะไรกับความรักบ้าง..จะเปิดใจใหม่มั้ย?
สำหรับเรื่องความรักเราไม่เคยเปิดแล้วก็ไม่เคยปิด สุอยู่แบบธรรมชาติของสุเลย ถึงเวลามันเข้ามาสุจะทำหน้าที่ของสุให้ดีที่สุด แต่ถ้ามันจบไปสุก็จะเคลียร์ตัวเอง ให้แข็งแรงที่สุดเคลียร์ตัวเองแบบนี้เสมอ ไม่ได้วิ่งตามหา หรือว่าเปิดให้ตัวเองว่าเมื่อไรมันจะมา และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆไม่ว่าสุจะมีแฟนกี่คน สุก็ทำหน้าที่ของสุดีที่สุด แต่ที่ดีที่สุดของสุ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่เราทำให้เขา
สุคิดว่าเรื่องความรักไม่มีใครเก่ง ไม่ว่าเด็กวัยรุ่นหรือว่าแก่ และมันเกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัยได้ตลอดเวลา ตราบใดที่คุณยังไม่ตาย ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ เวลามีความรักทุกคนจะหวั่นไหวจะสดชื่น พลังรักทำให้เราทำอะไรก็ได้จะลดหุ่น หุ่นสวย หรือทำอะไรก็ได้ทำนี้มันเกิดพลังวิเศษ แต่เวลาที่มันสูญเสียทุกคนก็จะเฟล ก็จะเสียศูนย์หรือบางคนที่ควบคุมไม่ได้ ก็มีหลายคนที่ทำร้ายตัวเอง สุถึงคิดว่าทุกคนไม่มีใครเก่งเรื่องความรัก
ที่มารายการโต๊ะหนูแหม่ม