เนชั่นทีวี

ข่าว

‘อภิสิทธิ์’ จี้รัฐรื้อโครงสร้างภาษีลดความเหลื่อมล้ำ

25 ต.ค. 2565 | kwanprasert_sri

‘อภิสิทธิ์’ จี้รัฐรื้อโครงสร้างภาษีลดความเหลื่อมล้ำ

อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ มองเศรษฐกิจไทยยังน่าเป็นห่วงหลังถูกกดดันจากดอกเบี้ยขาขึ้น แนะรัฐออกมาตรการระยะยาว ทบทวนโครงสร้างภาษีลดความเหลื่อมล้ำ ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนทราแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ระบุ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังน่าเป็นห่วงหลังจากถูกกดดันจากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่เร่งเครื่องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก ในขณะที่ผลกระทบที่เกิดกับห่วงโซ่อุปทานจากสงครามและหลายๆ ปัจจัยยังไม่หมดไป มีความจำเป็นที่รัฐต้องคำนึงถึงปัจจัยลบเหล่านี้ และต้องตระหนักว่าในช่วง 2-3 ปี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาก ฉะนั้นมาตรการหรือนโยบายต่างๆ ที่จะออกมาต้องมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งใหญ่อาจทำให้หลายอย่างหยุดชะงัก สิ่งสำคัญที่อยากเห็นคือเมื่อจะมีการเลือกตั้งควรเป็นโอกาสที่จะตั้งคำถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรมากกว่าการแข่งขันนโยบายในเชิงประชานิยมอย่างเดียว

 

สำหรับภาพรวมการส่งออกปีหน้ามีแนวโน้มชะลอตัวลงจากช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ กับหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยจะยิ่งสูงขึ้นจะเป็นแรงกดดัน อานิสงส์จากค่าเงินที่อ่อนลงต้องชั่งน้ำหนักกับต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทยเองต้องระมัดระวังว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะหากไม่ทำอะไรเลยก็จะลำบาก แต่หากขยับดอกเบี้ยขึ้นจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจ ซึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวัง

 

นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ร่วมปาฐกถาพิเศษภายในการประชุมระหว่างประเทศจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา และ ศูนย์นโยบาย OECD แห่งประเทศเกาหลี ในหัวข้อ “Making Competition Policy a Policy Mainstay” ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการแข่งขันต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชีย-แปชิฟิก

ระบุว่า การแข่งขันที่ดีที่เป็นธรรมมีความสำคัญมาก ขณะนี้ต้องยอมรับว่าสังคมไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง อำนาจทางเศรษฐกิจตกอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย หากไม่มีนโยบายการแข่งขันที่ดีจะเป็นการปิดกั้นโอกาสของประชาชนจำนวนมากและในที่สุดจะทำลายศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นความท้าทายหลายอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งในรอบหลายสิบปีธุรกิจตกอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยลงและมีปัญหาของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ซึ่งหากไม่มีนโยบายการแข่งขันที่ดีผู้บริโภครวมถึงผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะรายย่อย สตาร์ทอัพ ก็จะถูกปิดกั้นโอกาส

 

การปรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะต้องทำพร้อมๆ กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าซึ่งทุกคนทราบดีว่าตอนนี้ความพยายามที่จะฟื้นเศรษฐกิจมีอุปสรรคค่อนข้างมากทั้งเรื่องภาระหนี้สินของประชาชนและปัจจัยภายนอก รวมถึงมาตรการระยะสั้นต่างๆ ที่รัฐจำเป็นต้องออกมาในช่วงโควิดอาจทำให้รัฐบาลกังวลกับปัญหาเฉพาะหน้าค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่สำคัญคือหากมองข้ามในระยะยาวที่ต้องทำให้เศรษฐกิจมีความเป็นธรรมมากขึ้นไทยจะเสียโอกาสในการปรับโครงสร้างการแข่งขันในอนาคต

ข่าวล่าสุด