อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ระบุ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังน่าเป็นห่วงหลังจากถูกกดดันจากนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่เร่งเครื่องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลก ในขณะที่ผลกระทบที่เกิดกับห่วงโซ่อุปทานจากสงครามและหลายๆ ปัจจัยยังไม่หมดไป มีความจำเป็นที่รัฐต้องคำนึงถึงปัจจัยลบเหล่านี้ และต้องตระหนักว่าในช่วง 2-3 ปี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาก ฉะนั้นมาตรการหรือนโยบายต่างๆ ที่จะออกมาต้องมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งใหญ่อาจทำให้หลายอย่างหยุดชะงัก สิ่งสำคัญที่อยากเห็นคือเมื่อจะมีการเลือกตั้งควรเป็นโอกาสที่จะตั้งคำถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรมากกว่าการแข่งขันนโยบายในเชิงประชานิยมอย่างเดียว
สำหรับภาพรวมการส่งออกปีหน้ามีแนวโน้มชะลอตัวลงจากช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ กับหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยจะยิ่งสูงขึ้นจะเป็นแรงกดดัน อานิสงส์จากค่าเงินที่อ่อนลงต้องชั่งน้ำหนักกับต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทยเองต้องระมัดระวังว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะหากไม่ทำอะไรเลยก็จะลำบาก แต่หากขยับดอกเบี้ยขึ้นจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจ ซึ่งต้องทำด้วยความระมัดระวัง
นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ร่วมปาฐกถาพิเศษภายในการประชุมระหว่างประเทศจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา และ ศูนย์นโยบาย OECD แห่งประเทศเกาหลี ในหัวข้อ “Making Competition Policy a Policy Mainstay” ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการแข่งขันต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชีย-แปชิฟิก