เป็นที่น่ายินดีที่งานมหกรรมหนังสือของไทยมีคนสนใจมากมายอย่างที่เห็น แต่เมื่อมองในรายละเอียดแล้ว น่าจะมีการกระจายโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงหนังสือมากขึ้นไปอีก ซึ่งแนวทางของสิงคโปร์น่าสนใจมาก ขณะเดียวกันผมคิดว่า อีกด้านหนึ่งควรมีการสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมหนังสือ ตั้งแต่การส่งเสริมให้เกิดงานเขียนของคนไทยที่มีคุณภาพออกมามากๆ การสนับสนุนสำนักพิมพ์ ทั้งหนังสือทางวิชาการ เชิงวรรณกรรม เชิงความคิด เชิงวัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรากเหง้าเป็นฐานความรู้ของไทย ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ควรเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอด
ส่วนเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอดว่า ราคาหนังสือในประเทศไทยแพงเกินไป เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงหนังสือของคนไทยหรือไม่ ส่วนตัวแล้วคิดว่าราคาหนังสือขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งราคาลิขสิทธิ์ที่แตกต่างกันไป ต้นทุนการตีพิมพ์ที่ขึ้นกับจำนวนและคุณภาพ ซึ่งเป็นมุมการบริหารเชิงธุรกิจ แต่ภาครัฐก็น่าจะกำหนดนโยบายเข้าไปสนับสนุนด้วยมาตรการภาษีให้กับหนังสือบางประเภท ที่เห็นว่ามีประโยชน์เหมาะต่อการส่งเสริมการอ่าน ก็จะช่วยให้ราคาลดลงและคนไทยเข้าถึงได้มากขึ้น
การส่งเสริมการอ่านตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นประเทศไทยควรที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมคิดว่าดูจากปริมาณคนที่เดินในงานมหกรรมหนังสือนับล้านคน แสดงว่าคนไทยก็รักการอ่านไม่แพ้ชาติอื่น เพียงแต่เราต้องสร้างโอกาสให้คนทั่วประเทศเข้าถึงหนังสือให้ได้มากยิ่งขึ้น