หลังจากฟื้นฟูหนี้เสียแล้ว สิ่งที่จะทำต่อไปคือการตั้งกองทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย หรือ กองทุน SMEs เพื่อให้ผู้ประกอบการได้กลับมาทำธุรกิจ หลังจากฟื้นสภาวะหนี้ได้ โดยนายสุพันธุ์ระบุว่ากองทุนเหล่านี้จะแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้เงินและวัตถุประสงค์ของประเภท ธุรกิจ เพื่อเป็นการเติมทุนให้กับนักธุรกิจ โดยเงินกู้ที่จะปล่อยกู้นั้นต้องมีดอกเบี้ยต่ำและต้องเข้าถึงได้โดยง่าย สิ่งสำคัญคือต้องปรับลดกฎเกณฑ์ในการปล่อยกู้ลงไป ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้อย่างเร็วและง่ายที่สุด โดยจะเน้นไปที่ธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพก่อน เช่น กองทุนสำหรับผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน
นอกจากผู้ประกอบการระดับ SMEs แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดนาโนและไมโคร ที่ประสบปัญหาเงินกู้นอกระบบ หรือเงินกู้รายวัน เช่น พ่อค้าแม่ค้าในตลาด หรือ พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยที่ต้องมีเงินหมุนแบบวันต่อวัน โดยพรรคไทยสร้างไทยจะตั้งกองทุนเครดิตประชาชนขึ้นมา ให้ประชาชนทุกคนมีเครดิตตั้งต้น โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ ผ่อนชำระเป็นรายวันได้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนชำระเป็นรายวันได้ เพื่อให้ประชาชนหลุดจากวงจรหนี้นอกระบบ
"ตลอดระยะเวลา 8 ปีกว่าที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะมีการออกมาประชาสัมพันธ์อยู่บ่อยครั้งว่าจะทำให้ SMEs เป็นวาระแห่งชาติ แต่ยังไม่เคยเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการผลักดันนโยบายดังกล่าวเลย ในฐานะคนที่เติบโตมาจากธุรกิจ SME และผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตลอด จะอาสาทำให้ SMEs เป็นวาระแห่งชาติเพื่อทำให้เศรษฐกิจปากท้องของประเทศกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง"