ทำความเข้าใจในโครงสร้างราคาและบทบาทของกองทุน LPG
ความแตกต่างของราคาขายปลีก LPG ในประเทศอาเซียนนั้น นอกจากความแตกต่างในกลไกการจัดหา LPG แล้วยังมีความแตกต่างตามนโยบายจัดเก็บภาษี กองทุน และการอุดหนุนราคาของแต่ละประเทศอีกด้วย เฉพาะโครงสร้างราคา LPG ของประเทศไทย หากคำนวณจากราคา LPG ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งมีราคาขายปลีกที่ 21.87 บาทต่อกิโลกรัม โครงสร้างราคาประกอบด้วย ราคา ณ โรงกลั่นอยู่ที่ 27.48 บาทต่อกิโลกรัม ภาษีสรรพสามิต 2.17 บาทต่อกิโลกรัม ภาษีเทศบาล 0.22 บาทต่อกิโลกรัม กองทุน LPG (อุดหนุน) -12.69 บาทต่อกิโลกรัม ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1.20 บาทต่อกิโลกรัม ค่าการตลาดผู้ค้าปลีก 3.26 บาทต่อลิตร ภาษีมูลค่าเพิ่มค่าการตลาด 0.23 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาขายปลีก LPG ได้รับการอุดหนุนจากกลไกกองทุน LPG เป็นสัดส่วนที่มากจนทำให้ราคาขายปลีกต่ำกว่าต้นทุนเนื้อ LPG หรือราคา ณ โรงกลั่นเพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน
การเปรียบเทียบความแพงของ LPG กลุ่มประเทศในอาเซียน
อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบความถูกหรือแพงของราคาขายปลีก LPG ของแต่ละประเทศในอาเซียน ที่เหมาะสมและเท่าเทียมนั้น คงไม่สามารถเปรียบเทียบผ่านราคาขายปลีกเพียงมิติเดียว เนื่องจากแต่ละประเทศย่อมมีนโยบายในการบริหารพลังงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเปรียบเทียบที่เหมาะสมและเท่าเทียมควรต้องสะท้อนให้เห็นถึงราคาที่มีความสัมพันธ์กับรายได้หรือกำลังซื้อของประชาชนควบคู่กันไปด้วยและเมื่อสะท้อนอันดับความถูกหรือแพงของราคา LPG ของแต่ละประเทศโดยการเปรียบเทียบสัดส่วนรายได้ต่อหัวประชากรต่อราคา LPG พบว่าประเทศเมียนมาร์มีราคา LPG ที่แพงที่สุด