ภาพโครงเหล็กครอบเตียงที่มีลักษณะคล้ายตะแกรงเตาปิ้ง จำกัดการเคลื่อนไหวจนผู้รับบริการที่อยู่บนเตียงไม่อาจพลิกตัวได้ตามปกติ กลายเป็นประเด็นตั้งคำถามจากสังคมว่า “นี่คือการดูแลหรือการกักขัง?”
ภาพดังกล่าวถูกตรวจพบภายใน ศูนย์โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ถูกตรวจพบข้อบกพร่องด้านมาตรฐาน ท่ามกลางศูนย์ดูแลกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
จากการตรวจสอบข้อมูลกับ สบส. หลังได้รับการร้องเรียนเรื่องการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ พบว่าศูนย์แห่งนี้ได้รับอนุญาตให้เปิดรับเพียง 50 เตียง แต่กลับมีผู้รับบริการจริงมากกว่า 100 ราย ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาตถึงเท่าตัว และในจำนวนนี้มีผู้ที่มีประวัติหรืออาจมีอาการทางจิตเวชสูงถึง 92 ราย
ด้านเจ้าของศูนย์โสธรชัย ชี้แจงว่า โครงเหล็กที่ติดตั้งบนเตียงมีไว้เพื่อควบคุมผู้รับบริการกลุ่มจิตเวช ป้องกันไม่ให้ทำร้ายตัวเอง ทว่าคำชี้แจงดังกล่าวนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีความพร้อมและความเหมาะสมจริงหรือไม่ในการรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้
สบส. ยัน “ศูนย์ดูแลไม่ใช่โรงพยาบาล” ห้ามกักขังผู้ป่วยจิตเวช
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุอย่างชัดเจนว่า หากผู้รับบริการมีอาการทางจิตเวชถึงขั้นต้องควบคุมหรือรักษา จะต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางเท่านั้น
“เมื่อมีอาการก็ต้องส่งไปโรงพยาบาลถึงจะถูกต้อง Home คือที่พักดูแลผู้สูงอายุ เป็นการประคับประคอง ไม่ใช่โรงพยาบาล การทำกรงหรือทำอะไรแบบนั้น ไม่สามารถทำได้” ทพ.อาคม กล่าวเน้นย้ำ
เพียงไม่กี่วันต่อมา เจ้าหน้าที่ สบส. ร่วมกับกรมสุขภาพจิต ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจค้นเนอร์สซิ่งโฮมอีกแห่งในจังหวัดนนทบุรี พบใบอนุญาตระบุไว้เพียง 9 เตียง แต่กลับมีผู้รับบริการจริงสูงถึง 80 ราย ซึ่งมากกว่าจำนวนที่ได้รับอนุญาตเกือบ 9 เท่า โดยในจำนวนนี้มีประวัติทางจิตเวชถึง 72 ราย
เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานแยกประเมินผู้รับบริการเป็นรายบุคคล กลุ่มที่เบื้องต้นไม่พบความเสี่ยงสูงจะประสานญาติให้มารับกลับ ส่วนกลุ่มที่ต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศรีธัญญาเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป
นายศุภชัย สิงโห ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 เปิดเผยว่า “ผู้ประกอบการขออนุญาต 9 เตียง แต่มาตรวจพบ 11 เตียง จึงให้แก้ไขเหลือ 9 เตียงตามที่ขอ ต่อมาตรวจพบอีกอาคารมีการรับผู้รับบริการเข้ามา จึงได้แจ้งให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้าย รวมถึงมีการเปิดอีกศูนย์สำหรับผู้หญิง ก็ได้แจ้งให้ย้ายออก พร้อมประสาน พม. และกรมสุขภาพจิตเข้ามาดูแล”
ทั้งนี้ ระหว่างการเข้าตรวจค้น ผู้รับบริการบางรายได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ พร้อมอ้างว่าตนเองถูกล่ามโซ่และทำร้ายร่างกายภายในศูนย์แห่งนี้
เผยเกณฑ์ผู้ป่วยจิตเวช ระยะไหนพักเนอร์สซิ่งโฮมได้?
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นติดต่อกันในเวลาเพียงไม่กี่วัน นำไปสู่การตั้งคำถามถึงมาตรฐาน ขอบเขตใบอนุญาต และการกำกับดูแลศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ ว่าแต่ละประเภทสามารถรับดูแลใครได้บ้าง
รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชี้แจงว่า ใบอนุญาตศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบ่งตามลักษณะบริการ ได้แก่ แบบไปเช้า-เย็นกลับ, แบบพักอาศัย, และ การดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ต้องได้รับความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ซึ่งแต่ละประเภทมีขอบเขตการดูแลที่แตกต่างกัน
สำหรับคำถามที่ว่า เนอร์สซิ่งโฮมสามารถรับดูแลผู้ป่วยจิตเวชได้หรือไม่? สบส. ระบุว่า ต้องพิจารณาระดับอาการ ความเสี่ยง และพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นเป็นหลัก
“มันจะแบ่งเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง พวกเหลืองแดงก็อยู่ที่โรงพยาบาล... ตามหลักแล้วพวกที่ติดยาเสพติดก็ดี มีเรื่องของจิตเวชมาเกี่ยวก็ดี ควรจะไปที่สถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดมากกว่า... ส่วนเรื่องการดูแลเรื่องของจิตเวช ก็จะมีกรมสุขภาพจิตดูแลอยู่แล้ว ก็จะมีโรงพยาบาลเฉพาะทาง... แต่กรณีที่มาหาเราเนี่ย คือเขาไม่มีอาการอะไรแล้ว”
สรุปเกณฑ์เข้าใจง่าย
- อาการสงบแล้ว (สีเขียว) หากแพทย์รักษาจนอาการสงบ และประเมินว่าสามารถกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านได้ แม้ต้องกินยาต่อเนื่อง หากครอบครัวไม่พร้อมดูแล สามารถเข้าพักในเนอร์สซิ่งโฮมได้ แต่ศูนย์มีหน้าที่ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาโรค
- ยังมีอาการ/เสี่ยงอันตราย (สีเหลือง-สีแดง) หากยังมีอาการที่ต้องรักษา หรือเสี่ยงทำร้ายตนเองและผู้อื่น ต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาลหรือสถานบำบัดเฉพาะทางที่มีบุคลากรพร้อม ศูนย์ดูแลไม่สามารถทำหน้าที่แทนโรงพยาบาลได้
แคร์กิเวอร์ไม่ใช่หมอ! เตือนศูนย์ดูแลอย่าทำเกินหน้าที่
อีกหนึ่งประเด็นที่ครอบครัวและผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจคือ "แคร์กิเวอร์ (Caregiver)" หรือผู้ดูแลประจำศูนย์ ไม่ใช่แพทย์หรือพยาบาล มีหน้าที่เพียงช่วยดูแลประคับประคองการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น
หากผู้รับบริการต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย ปรับยา หรือมีอาการทางจิตเวชกำเริบ ศูนย์ต้องส่งต่อให้ได้รับการดูแลทางแพทย์ที่เหมาะสม การขัง ล่ามโซ่ หรือใส่กรงครอบเตียง จึงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง และไม่อาจใช้ทดแทนการรักษาได้
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถยื่นขออนุญาตเปิดเนอร์สซิ่งโฮมและติดตามสถานะผ่านระบบออนไลน์ได้สะดวก ทาง สบส. จึงมองว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการขออนุญาต แต่อยู่ที่ "เจตนาหลังเปิดดำเนินการ" ที่ต้องการรับผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเกินจำนวน เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
สบส. สั่งปูพรมตรวจ 1,200 แห่งทั่วประเทศใน 2 เดือน
ปัจจุบัน มีเนอร์สซิ่งโฮมเอกชนทั่วประเทศประมาณ 1,200 แห่ง (อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครราว 400 แห่ง) หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สบส. ได้สั่งการให้เข้าตรวจค้นและตรวจสอบมาตรฐานเนอร์สซิ่งโฮมทุกแห่งทั่วประเทศให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน พร้อมติดตามผลเป็นรายสัปดาห์
การปูพรมตรวจเนอร์สซิ่งโฮมกว่า 1,200 แห่งในครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ สบส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หลุดมาตรฐาน การกักขัง หรือการละเมิดสิทธิผู้สูงวัยและผู้ป่วยซ้ำรอยอีกในอนาคต
สานนท์ เจริญพันธุ์ "สืบสวนความจริง" NationTV22