“ศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ (NEIC)” สรุปเนื้อหาเพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ชัดเจน ท่ามกลางการส่งเสริมให้เกิดการผลิต และการใช้งานกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบายทางด้านภาษีของภาครัฐเพื่อจูงใจทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ขณะที่ภาคเอกชนเองก็มีความตื่นตัวและกระโดดเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่และค่ายรถยนต์หน้าใหม่ทั้งฝั่งตะวันออก และตะวันตก ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมหรือไม่ ดังนี้
เป้าหมายยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยเป็นอย่างไร และสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพียงพอไหม?
ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน รัฐบาลไทยจึงได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้กำหนดเป้าหมายการส่งเสริมให้มียอดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภททั้งสิ้น 603,500 คัน ภายในปี 2568 แบ่งเป็น 1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 360,000 คัน 2. รถยนต์นั่งและรถกระบะ จำนวน 225,000 คัน 3. รถบัสและรถบรรทุก จำนวน 18,000 คัน และ 4. รถสามล้อ จำนวน 500 คัน
ขณะที่เป้าหมายในปี 2578 จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนรวม 3,039,800 คัน แบ่งเป็น 1. รถจักรยานยนต์ จำนวน 1,800,000 คัน 2. รถยนต์นั่งและรถกระบะ จำนวน 1,154,000 คัน 3. รถบัสและรถบรรทุก จำนวน 83,000 คัน และ4. รถสามล้อ จำนวน 2,800 คัน
หากดูจากข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสะสมภายใต้ พรบ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พรบ. ว่าด้วยการขนส่งทางบก รวมทั้งสิ้น 20,087 คัน