ส่วนประเด็นสำคัญที่จะหารือกันในวันนี้ คือกรอบเวลาการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกำหนดเวลา และไม่มีความชัดเจนเรื่องวิธีการลงมติการรวมธุรกิจ
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 แจ้งผลพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ซึ่งมีความเห็นว่าประเด็นที่สำนักงาน กสทช. หารือ เป็นกรณีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กสทช. โดยเฉพาะ รวมทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นเครื่องมือของ กสทช. ในการพิจารณาดำเนินการมีการฟ้องร้องเพิกถอนอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งกรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็น รวมถึง ความไม่ชัดเจนว่า การรายงานของทรูและดีแทคถือเป็นการดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ฉบับลงราชกิจจานุเบกษา 19 มกราคม 2561 และถือว่าได้รับอนุญาตแล้วหรือไม่ ตามข้อ 6 ของประกาศฯ ฉบับดังกล่าว อาจส่งผลให้ กสทช. ไม่อาจอธิบาย และไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ด้วยเหตุที่ ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศของ กสทช.
เร่งหาเดดไลน์กรอบพิจารณา
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช.ระบุว่า การประชุมวันนี้ เป็นเพราะมีกรรมการ กสทช.บางท่านต้องการทราบกรอบเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้ให้แน่ชัดว่า จะต้องให้แล้วเสร็จภายในเมื่อไรอย่างไร และกระบวนการทำงานของตัวสำนักงาน กสทช.ที่ต้องรวบรวมผลสรุปการรวมธุรกิจจากอนุกรรมการทั้ง 4 คณะที่ได้สั่งให้ไปแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหารายละเอียดนั้น จะครบถ้วนเมื่อใด และหากกรรมการ กสทช.บางคนเห็นว่า ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอต่อการลงมติอีก จำเป็นต้องมีการสั่งให้ไปเพิ่มเติมเนื้อหาตรงส่วนใดอีกบ้าง