นอกจากนี้ ที่ประชุมยังต้องมีการหารือในประเด็นวาระข้อที่ 3.2 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) โดยเห็นว่า ประเด็นที่สำนักงาน กสทช. ขอหารือ เกี่ยวกับอำนาจของ กสทช.ในการพิจารณาการขอรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค เป็นกรณีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของ กสทช. โดยเฉพาะ
รวมทั้ง ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ประกาศ กสทช.เรื่อง มาตรการการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ที่เป็นเครื่องมือของ กสทช. ในการพิจารณาดำเนินการ อีกทั้งยังมีการฟ้องร้องเพิกถอนอยู่ในศาลปกครอง ซึ่งกรรมการกฤษฎีกาจะไม่พิจารณาให้ความเห็น โดยหนังสือที่ตอบกลับมานี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กสทช.มีอำนาจในการพิจารณาการขอควบรวมธุรกิจว่าจะพิจารณาว่าจะให้เอกชนควบรวมหรือไม่
นอกจากนี้ในประเด็นการขอควบรวมนั้น แหล่งข่าวจาก กสทช. ชี้แจงว่า หากในท้ายที่สุดมีการอนุญาตให้ควบรวมกิจการ บอร์ด กสทช.จำเป็นต้องเขียนมาตรการเฉพาะ เพื่อกำหนดเป็นเงื่อนไขในการควบรวมกิจการ ซึ่งบอร์ดมีความกังวลในแง่ของการพิจารณา เพราะไม่อยากตกเป็นจำเลยสังคมในประเด็นที่เอื้อเอกชน
ดังนั้น การกำหนดมาตรการเฉพาะ จำเป็นต้องใช้ยาแรง ซึ่งหากพิจารณาจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ ก็มีทั้งหากอนุญาตให้ควบรวม ก็จำเป็นต้องให้เอกชนที่ขอควบรวมขายคืนคลื่นความถี่ออกมา 50-100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อจำกัดขนาดของบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากการควบรวม ไม่ให้มีขนาดที่ใหญ่เกินไป หรืออาจกำหนดให้ควบรวมธุรกิจเฉพาะบริษัทแม่ส่วนบริษัทลูกห้ามดำเนินการเด็ดขาด
อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการยกร่างฯ มาตรการเฉพาะดังกล่าวนี้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว คืออำนาจของบอร์ด แต่บอร์ดอาจจะสั่งให้สำนักงาน กสทช.หรือว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งการกำหนดมาตรการเฉพาะค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก เพราะหากมีการกำหนดให้เอกชนขายคืนคลื่นความถี่มา ประเด็นอยู่ที่ว่าแล้วใครจะเป็นผู้มาประมูลเพราะในประเทศไทย ก็มีผู้เล่นในตลาดเพียง 3 ราย ซึ่งก็เหลือเพียง เอไอเอส แต่เอไอเอสไม่มีสิทธิที่จะเข้าประมูลได้อยู่แล้ว หรือถ้าหากกสทช.พิจารณาเก็บคลื่นไว้ ก็จะเป็นการใช้ทรัพยากรไม่เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้น ในประเด็นนี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบให้มากที่สุด
ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้โพสต์ข้อความว่า วันนี้ (10 สิงหาคม 2565) เวลา 10.00 น. กลุ่มพลเมืองเพื่อเสรีภาพในการสื่อสาร จะไปยื่นหนังสือให้กับสถานทูตนอร์เวย์ เกี่ยวกับประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง ทรู – ดีแทค จึงอยากเชิญชวนผู้บริโภคที่สนใจ ไปร่วมกันแสดงพลังส่งเสียงไปให้ถึงบริษัทแม่ของดีแทค ว่าเราไม่เห็นด้วยกันการควบรวมในครั้งนี้ แล้วเจอกันที่ สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย 591 ตึก UBCII ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
ที่มาข้อมูล กรุงเทพธุรกิจออนไลน์