เนชั่นทีวี

ข่าว

ปิดช่องโกงเงินบริจาค! "ปกรณ์" แนะเปิดเผย "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ "เหมือนเงินวัด...คนอยากรู้เอาไปทำอะไร"

30 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

ปิดช่องโกงเงินบริจาค! "ปกรณ์" แนะเปิดเผย "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ "เหมือนเงินวัด...คนอยากรู้เอาไปทำอะไร"

ปิดช่องโกงเงินบริจาค! "ปกรณ์" แนะเปิดเผย "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ "เหมือนเงินวัด...คนอยากรู้เอาไปทำอะไร" เชื่อสภาวิชาชีพบัญชี วางแนวทางใหม่ คลีนระบบเงินมูลนิธิ

ปิดช่องโกงเงินบริจาค! "ปกรณ์" แนะเปิดเผย "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ "เหมือนเงินวัด...คนอยากรู้เอาไปทำอะไร" เชื่อสภาวิชาชีพบัญชี วางแนวทางใหม่ คลีนระบบเงินมูลนิธิ

KEY

POINTS

  • ชงเปิดเผยบัญชี: "ปกรณ์" แนะเปิดบัญชีรายรับ-รายจ่ายมูลนิธิสู่สาธารณะ สร้างความโปร่งใสตรวจสอบได้
  • เงินศรัทธาต้องรู้: เปรียบเงินบริจาคเหมือนเงินวัด ประชาชนอยากรู้เอาไปทำอะไร ชงมหาดไทยเปิดข้อมูล
  • จ่อสังคายนาระบบ: เชื่อสภาวิชาชีพบัญชีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางแนวทางป้องกันคนในยักยอกเงิน

30 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเสนออยากให้มีการตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ ที่เปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังมีประเด็นเกี่ยวกับมูลนิธิของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

โดย นายปกรณ์ ระบุว่า ในทางกฎหมาย มูลนิธิอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและดูแลรับผิดชอบการดำเนินงาน

 

ชี้จุดอ่อนการตรวจสอบ แนะนำมหาดไทยเปิดเผยข้อมูล

 

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดที่ผ่านมาประชาชนจึงไม่สามารถรับรู้หรือตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้หลังจากที่บริจาคไปแล้ว นายปกรณ์ อธิบายว่า ตามขั้นตอนปกติ ทั้งมูลนิธิและสมาคมมีหน้าที่ต้องจัดส่งรายงานการเงินและรายงานผลการดำเนินงานให้กับกระทรวงมหาดไทยเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญน่าจะอยู่ที่จำนวนของมูลนิธิและสมาคมที่มีเป็นจำนวนมาก ทำให้กระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อาจยังไม่มีความเข้มข้นเท่าที่ควร ซึ่งหากต้องการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน จะต้องเข้าไปเพิ่มความเข้มข้นในระบบการตรวจสอบทางบัญชีของผู้สอบบัญชี และต้องเพิ่มการตรวจสอบรายงานทางการเงินให้ละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น

 

สำหรับคำถามที่ว่า ข้อมูลรายงานการเงินและงบบริจาคเหล่านี้สามารถเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบเพื่อความโปร่งใสได้หรือไม่นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่กระทรวงมหาดไทยมีอยู่อย่างครบถ้วนจากการรายงานประจำปีอยู่แล้ว ดังนั้น จึงอาจขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ เพราะไม่ใช่ข้อมูลที่ซับซ้อนอะไร และไม่น่าจะก่อให้เกิดประเด็นปัญหาใดๆ

 

เปรียบเงินบริจาคเหมือนเงินวัด ต้องตรวจสอบได้

 

นายปกรณ์ ย้ำถึงมุมมองส่วนตัวว่า ข้อมูลการเงินของมูลนิธิและสมาคมควรจะต้องมีการเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้เกิดระบบการตรวจสอบได้ เพราะเงินที่มูลนิธิได้รับไปนั้น เป็นเงินที่ได้มาจากความศรัทธาของประชาชน

"ซึ่งมีลักษณะเปรียบเหมือนกับเงินบริจาควัดที่ประชาชนย่อมอยากรู้ว่าถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง ซึ่งหลักการตรงนี้ถือเป็นหลักการเดียวกันทั้งหมด ดังนั้น จึงขอย้ำในความคิดเห็นส่วนตัวอีกครั้งว่า ควรจะมีการเปิดเผยข้อมูล และหากปัจจุบันยังไม่มีกฎเกณฑ์หรือกติกาที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ก็ควรที่จะต้องกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม" นายปกรณ์  ระบุ

 

เชื่อสภาวิชาชีพบัญชีเร่งวางมาตรฐาน ปิดช่องยักยอกเงิน

 

เมื่อถามถึงแนวทางป้องกันไม่ให้คนภายในมูลนิธิฉวยโอกาสนำเงินบริจาคไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว นายปกรณ์ กล่าวว่า ในประเด็นนี้อาจจะต้องเข้าไปดูเรื่องของระบบบัญชี ซึ่งอาจจะต้องมีการวางแนวทางบริหารจัดการใหม่ โดยเข้าใจว่าในเร็วๆ นี้ สภาวิชาชีพบัญชีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คงจะได้มีการหารือร่วมกันเพื่อวางมาตรฐานใหม่

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน เนื่องจากหากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นบ่อยครั้ง ก็จะยิ่งส่งผลกระทบทำให้ประชาชนเกิดความเสื่อมศรัทธาในการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี โดยยืนยันว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอยู่" นายปกรณ์ เผย

ข่าวล่าสุด