เนชั่นทีวี

ข่าว

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต

30 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต ปูดปม “ช่างเอ๋” มีเงินโอนเข้า 30 ล้านและถูกสั่งให้โอนออกไปให้สามีบุ๋มทันที ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา ยังยืนยันไม่รู้เรื่อง

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต ปูดปม “ช่างเอ๋” มีเงินโอนเข้า 30 ล้านและถูกสั่งให้โอนออกไปให้สามีบุ๋มทันที ขณะที่บุ๋ม ปนัดดา ยังยืนยันไม่รู้เรื่อง

KEY

POINTS

  • ทนายเดชา สาวปมเส้นเงิน ช่างเอ๋ รับเงินโอนเข้า 30 ล้าน และถูกสั่งให้โอนเงินออกให้สามีบุ๋ม
  • ช่างเอ๋ อ้างค้างค่าก่อสร้าง 2.7 ล้านบาท พร้อมกล่าวหาปมปลอมลายเซ็นยุบบริษัท
  • ขณะที่ บุ๋ม ปนัดดา ยืนยันไม่รู้เรื่องพูลวิลล่าและสนามเทรล ขณะที่ข้อกล่าวหายังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

กลายเป็นดรามากระฉ่อนเมือง สำหรับ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ ก๊อต  อธิป อนันทวรรณ สามี รวมถึงเงินบริจาคและการใช้จ่ายของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยมูลนิธิองค์กรทำดี มี 2 บัญชี คือ องค์กรทำดี โดย น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เปิดบัญชีปี 2557 และ บัญชีหลัก มูลนิธิองค์กรทำดี เปิดบัญชี ปี 2565

 

โดยประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม 3 โครงการ คือ 1.โครงการก่อสร้างที่ทำการมูลนิธิ คลอง 8 ปทุมธานี 2. พูลวิลล่า ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จะสร้างขาย 8 หลัง และ 3.สนามเทรล นครนายก

 

โดยหนึ่งในบุคคลที่ถูกเชื่อมโยง คือ ช่างเอ๋ โดยพบว่า ในการก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ที่ จ.ปทุมธานี และ พูลวิลล่า ที่ จ.ภูเก็ต มีเงินจากมูลนิธิ และ จากบุ๋มไปที่ก็อต สามี และจากก็อตไปที่ช่างเอ๋ โดยมี 2 ก้อน ก้อนหนึ่งก็อตโอนให้ช่างเอ๋ แล้วให้โอนกลับมาให้ก็อต ส่วนอีกก้อน ก็อตบอกกับช่างเอ๋ว่า เป็นค่าว่าจ้างก่อสร้างพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต18 ล้าน แต่บุ๋ม บอกว่าจ่ายให้ก็อต เพื่อเอาไปสร้างมูลนิธิฯ ทั้งนี้ช่างเอ๋ มี 2 สถานะ คือ ผู้ร่วมทุนกับก็อตในการสร้างพูลวิลล่าขาย และเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ขณะที่บุ๋ม ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องสนามเทรล จ.นครนายก และพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต แต่ขณะที่ใบขออนุญาตก่อสร้าง ระบุว่าผู้ขอก่อสร้างพูลวิลล่า ที่ จ.ภูเก็ต คือ บุ๋ม ปนัดดา และก่อสร้างบนโฉนดที่ดินชื่อ บุ๋ม ปนัดดา

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์

 

ล่าสุดวันนี้ (30 ต.ค. 69) ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ และเป็นทนายความของช่างเอ๋ ให้สัมภาษณ์ รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ระบุว่า ช่างเอ๋ เป็นลูกความตั้งแต่ปี 2568 ตอนนั้นเป็นคดีส่วนตัว จากนั้นเขาไปทำธุรกิจกับ ก็อต สามีบุ๋ม ปนัดดา เขาเป็นคนอีสานด้วยกัน ไว้วางใจมาก จากนั้นสามีบุ๋ม ชวนมาตั้งบริษัท ชื่อบริษัท ดิ อาเธอร์ เรียล เอสเตท จำกัด มีการพูดคุยกันว่าภรรยารับรู้ว่าจะสร้างบ้านขาย

 

ทนายเดชา กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านั้นบุ๋ม กู้เงินธนาคารมาซื้อที่ 2 แปลง ผ่อนชำระไม่มีเงินสด ผ่านมา 3 ปีไม่รู้ว่าเอาเงินสดจากไหนมา มาปิดหนี้ได้หมดเลย 2 แปลงที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต น่าจะมูลค่ามหาศาล จากนั้นสร้างบ้านไปเรื่อยๆ จาก 8 หลัง สร้างมาแล้ว 2 หลัง เงินก็จ่ายดี จ่ายมาแล้ว 15 ล้านบาท ค้างอยู่ 2.7 ล้านบาท เขาทวงแล้วสามีบุ๋มไม่จ่าย และติดต่อไม่ได้ ช่างเอ๋เลยบุกไปที่บ้านบุ๋ม ต่อมาทั้งบุ๋มและสามีสั่ง รปภ.ห้ามไม่ให้เข้าอีก

 

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต

 

ช่วงระหว่างก่อสร้าง มีเงินโอนจากบุ๋ม หลายสิบล้าน เกือบๆ 30 ล้าน เข้าบัญชี 3 บริษัท จากนั้นสามีบุ๋ม สั่งให้โอนกลับเข้าบัญชีเขาทั้งหมด อ้างว่าต้องปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิฯก่อน ผมมีหลักฐาน เดี๋ยวก็เป็นคดีแน่นอน 100% ต่อมามีหนังสือจากสรรพากรภูเก็ตมาวันที่ 5 สิงหาคม 2569  เชิญกรรมการบริษัทพบ เนื่องจากเงินเข้า ตั้งแต่ปี 2568 - มิ.ย. 2569 เขาก็ตกใจโดนภาษี มาปรึกษาผม เลยบอกว่าต้องแจ้งความ เขาก็ไปแจ้งความที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยพฤติกรรมคือ สามีบุ๋มมาชักชวนให้ตั้งบริษัท และมีการโอนเงินมาแล้วโอนเงินกลับไป 30 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายก่อสร้างในอนาคต เดี๋ยวจะมีการสร้างสาขาในอนาคต

 

รวมทั้งมีการแจ้งความว่า ไปทวงหนี้และไม่ได้เงิน และมีการไปทุบบ้านหลังที่ 3 ที่สร้างแล้ว ทุบทิ้งแล้วเอาเหล็กไปขาย จากนั้นทางสามีบุ๋ม เอาป้ายมูลนิธิฯไปติด ทำนองว่าสร้างบ้านขายไม่เอาแล้ว เปลี่ยนเป็นมูลนิธิฯ และยิ่งกว่านั้น ทวงหนี้ไปมา ปรากฏว่าบริษัท ดิ อาเธอร์ ปิดไปแล้ว แต่ ช่างเอ๋ ถือหุ้นอยู่ 40% ไม่รู้เรื่อง มาทราบจากนายทะเบียนว่ามีการปลอมลายเซ็นอีก

 

นอกจากนั้น มีการหาคนไปบุกรุกป่าที่ภูเก็ต โดนตำรวจจับ คนนั้นซัดทอดว่าช่างเอ๋ จ้างวานใช้ โดยช่างเอ๋ ซัดทอดไปที่สามีบุ๋ม อีก ตอนนี้ช่างเอ๋ถูกดำเนินคดีอยู่ ตำรวจจะเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนก็เลยบอกให้บอกตำรวจไปว่าใครสั่งมา เขาบอกว่าสามีบุ๋มจ้างวานใช้มา

 

ทนายเดชา แฉพิรุธปมเส้นเงินมูลนิธิองค์กรทำดี โยงพูลวิลล่าภูเก็ต

 

เมื่อถามว่า บุ๋มบอกว่าโอนเงินไปให้ก็อตเพื่อก่อสร้างมูลนิธิฯ ไม่ใช่พูลวิลล่า ที่ จ.ภูเก็ต ทนายเดชา กล่าวว่า พยานหลักฐานขัดกัน ขัดกับเส้นเงิน และช่วงเวลา มูลนิธิฯสร้างปี 67 ที่ จ.ปทุมธานี แต่ช่วงเวลาที่โอนปี 68-69 และทนายเปิ้ลให้สัมภาษณ์รายการหนึ่งทำนองว่า เราไม่มีสาขาที่ภูเก็ต และอีกอย่างยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะโอนเงินทำไม 30-40 ล้าน

 

“เงิน 2 ก้อน ที่ก็อตโอนให้ช่างเอ๋ คือ 30 ล้านและให้โอนกลับไปให้ก็อต กับ 15 ล้าน เป็นค่าก่อสร้างเพื่อสร้างบ้านขาย โดยบัญชีที่โอนไป มีมูลนิธิองค์กรทำดี บัญชีปนัดดา เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน เป็นแผนประทุษกรรมพื้นๆ”

 

ส่วนการก่อสร้างมูลนิธิฯ ที่ จ.ปทุมธานี ใครเป็นผู้ก่อสร้าง ราคาเท่าไหร่ เหมือนหลอกช่างเอ๋ ให้ยื่นใบเสนอราคา เหมือนเป็นคู่เทียบ ไม่ได้จ้างเขา ถ้าจำไม่ผิด 39 ล้านบาท แต่การก่อสร้างปัจจุบันถ้าจำไม่ผิดคุณบุ๋ม บอกว่า 50 ล้าน

 

“อะไรบุ๋มว่าดี พี่เดก็ว่าดี เคยเตือนล่วงหน้าในรายการแล้ว เท่าที่ทราบจากคุณบุ๋ม คณะกรรมการมูลนิธิเป็นนักข่าวอาชญากรรม เขาเล่าว่าพี่เด ของหนูไม่ต้องห่วงโปร่งใส เป็นนักข่าวทั้งนั้น จะทำอะไรรอบคอบมาก ไม่มีทางเอาเงินไปใช้ส่วนตัว ไม่มีทางโอนเงินผิด” ทนายเดชากล่าว

เมื่อถามมั่นใจในข้อมูลฝั่งช่างเอ๋ ว่าถูกต้องใช่ไหม ทนายเดชา กล่าวว่า “ผมเชื่อในสเตทเม้น โกหกไม่ได้ ลิ้นอาจมีกระดูก แต่สเตทเม้นไม่น่าจะปลอม ผมเชื่อว่าธนาคารไม่น่าจะปลอมสเตทเม้น สเตทเม้นแบบละเอียดชัดเจน ใครโอนมาโอนกลับมีชื่อหมด ถ้าไม่มีเงินเข้า สรรพากรก็ไม่เรียกเราไปสอบ และมีหลักฐานเป็นแชทไลน์ ส่วนที่ภูเก็ตเขาบอกว่าบุ๋มไม่รู้เรื่องเลย แต่เรามีภาพถ่ายว่าเขาไป 3 ครั้ง”

ข่าวล่าสุด