เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : "เก้าอี้ที่ว่าง" สัญลักษณ์ปราบเสือ ตีแมลงวัน : เมื่อ "สี จิ้นผิง" กวาดล้างทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค

30 ต.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : "เก้าอี้ที่ว่าง" สัญลักษณ์ปราบเสือ ตีแมลงวัน : เมื่อ "สี จิ้นผิง" กวาดล้างทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค

ปีนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินเครื่องกวาดล้าง "เจ้าหน้าที่ทุจริต" ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา! การประชุมประจำปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงมี "เก้าอี้ว่าง" มากกว่าที่เคย... เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังกำแพงจงหนานไห่ เมื่อผู้นำสูงสุดประกาศหันคมดาบเข้าหาตัวเองเพื่อถอนรากถอนโคนความฟอนเฟะ?

แต่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่ง "จงหนานไห่" (Zhongnanhai) หรือศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของจีน เขาได้นำพาประเทศเข้าสู่ "ยุคสี่ด้านถ้วนทั่ว" (ซื่อเมี่ยนปาฟาง) ซึ่งประกอบด้วย 

  1. สร้างสังคมมีกินแบบพอเพียง 
  2. ลงลึกการปฏิรูป
  3. ปกครองตามหลักนิติรัฐ และ 
  4. เข้มงวดวินัยพรรคฯ


นโยบายข้อสุดท้ายนี้เอง ที่นำไปสู่การกวาดล้างเจ้าหน้าที่ครั้งใหญ่ที่สุดภายในพรรคคอมมิวนิสต์ ภายใต้นโยบาย "ปราบเสือและตีแมลงวัน" (กำจัดคนทุจริตทั้งระดับสูงและระดับล่าง) ซึ่งส่งผลให้การประชุมประจำปีของพรรคในปีนี้มีเก้าอี้ "ว่าง" มากกว่าครั้งก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด


🔵 [ตัวเลขที่หายไป: 97 สมาชิกพ้นสภาพ] 


การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นเป็นการภายใน ได้ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม รายงานสรุปโดยสำนักข่าวซินหัวระบุว่า มีสมาชิกตัวจริงและสมาชิกสำรองของคณะผู้นำเข้าร่วมประชุมรวมทั้งสิ้น 279 คน... ซึ่งลดลงจากจำนวนเดิมที่เคยระบุชื่อไว้ 376 คนในปี 2565 หรือเท่ากับว่ามีสมาชิกหายไปถึง 97 คน!

คนที่หายไปมากกว่า 1 ใน 4 ล้วนเป็นผลพวงจากการถูกกวาดล้างภายใต้นโยบาย "ปราบเสือและตีแมลงวัน" แม้จะไม่มีความชัดเจนว่าสมาชิกบางคนที่ถูกขับออกต้องเผชิญกับข้อหาใดบ้าง นอกเหนือจากคำอธิบายกว้างๆ ว่า "ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง"

🔵 [กองทัพสูญเสียบุคลากรครั้งใหญ่] 


แรงกระเพื่อมรุนแรงที่สุดตกอยู่ที่ "คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง" (Central Military Commission - CMC) ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดด้านการทหารและการบัญชาการกองทัพ

สมาชิก 5 ใน 7 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งในการปรับโครงสร้างเมื่อปี 2565 ถูกขับออกจากตำแหน่ง! ปัจจุบันเหลือเพียง ประธานาธิบดีสี (ประธาน) และ จาง เซิ่งหมิน (รองประธาน) ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลด้านวินัย ไม่ใช่ผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรองการขับเจ้าหน้าที่ 33 คน ออกจากพรรคฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงอดีตสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) อย่าง หม่า ซิงรุ่ย และ จาง โหย่วเซี่ย ทำให้จำนวนสมาชิกกรมการเมืองที่ถูกขับออกจากตำแหน่งในวาระปัจจุบันมีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2523 เป็นต้นมา รวมถึงยังมีอดีตนักการทูตอาวุโส หลิว เจียนเฉา และอดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรม จิน จ้วงหลง รวมอยู่ในกลุ่มด้วย

🔵 [หันคมดาบเข้าภายใน: ปราการเดียวเพื่อการอยู่รอด] 


การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของสี จิ้นผิง อย่างชัดเจนว่า การทำความสะอาดภายในพรรคคือปราการเดียวที่จะป้องกันการเสื่อมถอย

ย้อนกลับไปเพียงไม่กี่วันหลังขึ้นสู่อำนาจในปี 2555 สี จิ้นผิง เคยประกาศกร้าวว่า "หากปล่อยให้การทุจริตเลวร้ายลงโดยไม่ตรวจสอบ ในที่สุดมันจะนำไปสู่การล่มสลายอย่างสิ้นเชิงของพรรคฯ และรัฐ" นับแต่นั้นมา ผู้คนนับล้านในระบบราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายร้อยคนและพันธมิตรที่เคยคิดว่าตัวเอง "แตะต้องไม่ได้" ก็ถูกจับกุม

พรรคฯ มีมติขับสมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ โดยระบุว่าเป็นการ "เผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมากับความเป็นจริงอันเลวร้ายที่ว่า ความเป็นผู้นำของพรรคฯ ในบางช่วงเวลาได้อ่อนแอลง หรือกลวงอยู่ข้างใน" และจะดำเนินการบังคับใช้การกำกับดูแลตนเองอย่างเคร่งครัด รวมถึง "การหันคมมีดเข้าหาตนเอง เพื่อ... ยับยั้งความไร้ระเบียบต่างๆ"


🔵 [กองทัพคือนกฟีนิกซ์ - ตอกย้ำอำนาจเบ็ดเสร็จ] 


แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าการปลดนายทหารระดับสูงอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมรบ แต่พรรคคอมมิวนิสต์กลับเปรียบกระบวนการกวาดล้างและปฏิรูปกองทัพว่าเป็นเหมือน "นกฟีนิกซ์ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ได้ หลังอาบเปลวเพลิง"

สี จิ้นผิง เรียกร้องให้พรรคฯ และกองทัพปลดปล่อยการปฏิวัติภายในตัวเองเพื่อกำจัด "ไวรัส" ที่กัดกร่อน โดยพรรคฯ ยกย่องความสำเร็จนี้ว่าควรค่าแก่การ "บันทึกไว้ตลอดกาลในหนังสือประวัติศาสตร์ของการสร้างพรรคการเมืองมาร์กซิสต์"

แม้นักวิเคราะห์ภายนอกจะมองว่าการกวาดล้างบุคคลระดับสูงอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนถึง "ความไม่มั่นคง" ภายในระบอบการปกครอง แต่สำหรับสี จิ้นผิง การสอบสวนเหล่านี้คือเครื่องมือทรงพลังที่แสดงให้เห็นว่า "ใครคือผู้กุมอำนาจตัวจริง" และใช้เวทีนี้ในการตอกย้ำมาตรฐานทางการเมืองที่ต้องการให้สมาชิกยึดถือ ก่อนเข้าสู่การปรับเปลี่ยนผู้นำครั้งสำคัญในปี 2570!

ข่าวล่าสุด