เนชั่นทีวี

ข่าว

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

29 ก.ย. 2569 | prisana_tha

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่ เผยบ่อฝังกลบขยะอุตฯอยู่ห่างจากชุมชนเพียง 500 จวกรัฐล้มเหลว ไม่ทำอะไรเลย

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่ เผยบ่อฝังกลบขยะอุตฯอยู่ห่างจากชุมชนเพียง 500 จวกรัฐล้มเหลว ไม่ทำอะไรเลย

KEY

POINTS

  • EARTH เตือนน้ำท่วมปราจีนบุรี เสี่ยงพามลพิษกระจาย หลังชุมชน ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี อยู่ใกล้บ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม ห่างเพียงราว 500 เมตร
  • เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งพบกลิ่นคล้ายน้ำชะกากและสารเคมี กังวลคันบ่อหรือพื้นที่กักเก็บขยะอุตสาหกรรมอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้น้ำเสียไหลลงแหล่งน้ำธรรมชาติ
  • พบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างน้อย 67 จุด ทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ สารเคมี ตัวทำละลาย และน้ำเสีย โดยเครือข่ายฯ ตั้งข้อกังวลว่าฝนอาจชะสารพิษกระจายออกนอกพื้นที่ ขณะที่การแก้ปัญหายังไม่คืบหน้า

 

29 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) เผยแพร่ภาพน้ำท่วมและเนื้อหาที่เขียนโดย นราธิป ทองถนอม มูลนิธิบูรณะนิเวศ เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังกลายเป็นปัญหาของ จ.ปราจีนบุรี ในขณะนี้ ว่า น้ำท่วมไม่เท่าไร แต่น้ำเปื้อนพิษกำลังหลากไปทั่ว จ.ปราจีนบุรี ยามนี้แล้วหรือไม่

 

โดย สุเมธ เหรียญพงษ์นาม และสมาชิกส่วนหนึ่งของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เดินลุยน้ำตากฝนสำรวจพื้นที่ต่างๆ หลังพบว่าชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม ซึ่งอาจเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากที่แตกต่างกว่าพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากว่า ห่างออกไปจากชุมชนเพียงประมาณ 500 เมตรเป็นที่ตั้งของบ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม ที่มีใบอนุญาตโรงงานลำดับที่ 105 และ 106

น้ำยังไม่คัน แต่กลิ่นมันแรง

 

สุเมธ สวมชุดกันฝนเดินลุยน้ำสำรวจบริเวณพื้นที่ใกล้ๆ กับหลุมฝังกลบขนาดใหญ่ เพื่อเก็บข้อมูลผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ทำเป็นประจำ จากประสบการณ์ยาวนานหลายปี จมูกของเขาพอจะจำแนกกลิ่นที่เจอได้สองกลิ่นหลักๆ กลิ่นแรกจะเป็นกลิ่นคล้ายน้ำชะกาก (Leachate : น้ำเสียจากการชะล้างกองขยะ) ส่วนอีกกลิ่นจะเป็นกลิ่นคล้ายสารเคมี

 

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

 

ในฐานะประชาชนชาวปราจีนที่เฝ้าติดตามปัญหามลพิษจากโรงงาน สุเมธ ย้ำว่า เมื่อเกิดเหตุฝนตกหนัก น้ำท่วม ข้อกังวลที่สุดของเขาคือเรื่องมลพิษที่ไหลมากับน้ำ โดยเฉพาะพวกคันบ่อต่างๆ

 

“ถ้ามันแตก มันก็จะทำให้พวกน้ำชะกากที่อยู่ในบ่อมาปนเปื้อนในน้ำ ลงไปสู่แม่น้ำลำคลอง”

โดยหลายจังหวัดในภาคตะวันออก เผชิญน้ำท่วมหนักไม่แตกต่างกัน บางจุดอาจจะหนักกว่าและยาวนานกว่า กทม.เสียด้วยซ้ำ เพราะเกิดขึ้นก่อนหน้าแล้วและจนบัดนี้ยังไม่ได้คลี่คลาย

 

ตามประกาศของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 22-27 กันยายน 2569 ระบุไว้ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง และอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำหลาก และน้ำท่วมขัง โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัด

 

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

 

ได้แก่ นครนายก บริเวณ อ.ปากพลี บ้านนา และเมืองนครนายก, ปราจีนบุรี บริเวณ อ.เมืองปราจีนบุรี นาดี กบินทร์บุรี และประจันตคาม, สระแก้ว บริเวณ อ.เมืองสระแก้ว และวัฒนานคร และฉะเชิงเทรา บริเวณ อ.สนามชัยเขต และท่าตะเกียบ

 

แต่สำหรับปราจีนบุรี นอกจากปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบ ปัญหาน้ำปนเปื้อนสารพิษเป็นอีกข้อกังวลที่น่าจับตา เพราะตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา พื้นที่หลายๆ จุดใน จ.ปราจีนบุรี พบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมกระจายอยู่หลายแห่ง

 

ตามข้อมูลที่เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเคยนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ก่อนหน้านี้ระบุถึงจุดลักลอบทิ้งกากพิษและน้ำเสียใน จ.ปราจีนบุรี ว่ามีอย่างน้อย 67 จุด โดยพบทั้งการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และสารเคมีมาทิ้งในพื้นที่ การลักลอบทิ้งสารตัวทำละลาย หรือโซเวนต์ (solvent) การปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่เกษตรและคลองสาธารณะ รวมถึงบ่อน้ำเสียที่ไม่มีระบบป้องกันการรั่วซึม

 

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

 

“พวกจุดลักลอบทิ้งก็ต้องแล้วแต่ฟ้าฝน แล้วแต่เทวดา ตกมามันก็ต้องไปตามพื้นที่ต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่ไป มันไปแน่ๆ แต่จะไปได้มากน้อยแค่ไหน”

 

สุเมธ ย้ำว่า นอกจากผลกระทบจากฝนตกน้ำท่วม ปัญหาที่อาจเกิดจากการรั่วไหลของสารพิษจากจุดที่พบการลักลอบทิ้งถือเป็นภัยคุกคามใหญ่ของคนปราจีนฯ วันนี้ แต่ยังเป็นพิษภัยที่เห็นได้ยากด้วยตา

 

อย่างไรก็ตาม คงเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบ เพราะจากการติดตามและลงสำรวจพื้นที่จุดลักลอบทิ้งกากและน้ำเสียต่างๆ พบว่าทุกจุดยังคงมีสภาพเหมือนเดิมเมื่อแรกพบปัญหา กล่าวคือไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขหรือขนย้ายออกไป แต่หลังจากน้ำลด เขามั่นใจว่าสภาพกองกากเหล่านั้นคงมีการเปลี่ยนแปลง จากการบ่าไหลของน้ำ

 

“วันนี้ก็ชัดเจนว่าคุณไม่ได้ทำอะไรเลย อยากทิ้งก็ทิ้งไป ก็แค่รับทราบ ส่วนจะมีเรื่องคดีอะไรเขาก็อาจจะไปดำเนินการบ้าง แต่ก็เพราะว่ามันถูกบีบจากภาคประชาชน ผมว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง มากกว่าปล่อยไว้เฉยๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่ไป มันไปแน่ๆ แต่จะไปได้มากน้อยแค่ไหน จะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความเข้มข้น”

 

ปราจีนบุรี เสี่ยงหนัก ไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่อาจเจอน้ำเปื้อนพิษกระจายในพื้นที่

 

สุเมธ ย้ำว่า “แต่เราคิดว่าจะมากจะน้อยมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นของมันคือสารพิษเหล่านี้มันกระจายออกไปนอกพื้นที่ นอกกองที่มันกองทิ้งไว้ ที่มันเคยกองทิ้งไว้แค่จุดๆ นั้น กลายเป็นว่ามันก็กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน”

 

ในวันนี้ (28 กันยายน 2569) สมาชิกเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง โดยเฉพาะ สุเมธ และ สุนทร คมคาย ก็ยังเดินทางเฝ้าระวังปัญหานี้อยู่ เพื่อสำรวจว่ามีจุดไหนเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ สุเมธ ย้ำว่าดูเหมือนไม่เปลี่ยนไปเท่าไร คือวิธีการจัดการปัญหาเรื่องมลพิษของหน่วยงานรัฐ ที่ดูเหมือนจะคงเส้นคงวารักษามาตรฐานระดับต่ำเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 

“รัฐไม่ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จะเกิดอะไรก็ช่างหัว ไม่มีมาตรการรับมือ ไม่มีมาตรการในการกำกับดูแล ตั้งแต่ต้นทาง ยิ่งเรื่องการลักลอบทิ้ง คุณก็ไม่สามารถปราบได้อยู่แล้ว และยิ่งการกำกับดูแลไม่ให้แพร่กระจายออกไปได้ มันคือความล้มเหลวของภาครัฐ”

ข่าวล่าสุด