เมียนมา ทิ้งบอมบ์ฐาน KNU แรงอัดถึงบ้านแม่สามแลบ โบสถ์ รพ. บ้านเรือน เสียหายวงกว้าง
01 พ.ย. 2569 | prisana_tha

เมียนมา ทิ้งบอมบ์ฐาน KNU แรงอัดสะเทือนบ้านแม่สามแลบ โบสถ์ รพ. สถานที่ราชการ เสียหายวงกว้าง ชาวบ้านหวาดผวา จี้รัฐบาลเจรจา
ข่าว
01 พ.ย. 2569 | prisana_tha

เมียนมา ทิ้งบอมบ์ฐาน KNU แรงอัดสะเทือนบ้านแม่สามแลบ โบสถ์ รพ. สถานที่ราชการ เสียหายวงกว้าง ชาวบ้านหวาดผวา จี้รัฐบาลเจรจา
KEY
POINTS
1 พฤศจิกายน 2569 นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายธนวัฒน์ คงศิริ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับ นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนัน ต.แม่สามแลบ และ พ.ต.สุรินทร์ จุลตรีจรัสพร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3608 ร่วมกันสำรวจความเสียหาย จากการทิ้งระเบิดของกองทัพเมียนมา บริเวณตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจากสะเก็ดระเบิดและแรงอัด
โดยสภาพความเสียหาย นอกจากกระจกหน้าต่างแตกแล้ว หลังคาถูกสะเก็ดระเบิด ยังมีอาคารร้าว ฝ้าเพดานพัง ประมาณ 17 หลัง และ ส่วนราชการ รพ.สต.แม่สามแลบ โบสถ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อบต.แม่สามแลบ ได้รับความเสียหายบรรยากาศที่บริเวณท่าเรือแม่สามแลบ ร้านค้าริมน้ำสาละวิน ปิดเงียบเหงา เรือหยุดวิ่งชั่วคราว มีเพียงชาวบ้านในชุมชนที่อยู่กันประปรายเพื่อดูสถานการณ์
นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ ให้สัมภาษณ์ว่า การทิ้งระเบิด 2 ลูกของทหารเมียนมา ทำให้บ้านเรือน สถานีอนามัย ศูนย์เด็กเล็ก มัสยิด วัด โบสถ์คริสต์ ของชาวแม่สามแลบ ได้รับความเสียหาย มีทั้งที่ถูกสะเก็ดระเบิดใส่บ้านและแรงสั่นสะเทือน
ทั้งนี้รัฐบาลไทยควรมีมาตรการออกมาเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนชายแดนที่ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาจากสงคราม และได้รับผลกระทบจากการโจมตี เนื่องจากในปัจจุบันเกิดความไม่สงบขึ้นตามแนวชายแดน ประเทศเพื่อนบ้านเปิดปฏิบัติการโจมตีใกล้ชายแดนมากขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนฝั่งไทย รัฐบาลไทยควรหาวิธีการทำอย่างไรที่ไม่ให้รัฐบาลเมียนมา เปิดปฏิบัติการตามแนวชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อราษฎรไทยและส่วนราชการ เช่น ห้ามทิ้งระเบิดตามแนวชายแดน เพื่อให้ชุมชนทั้งสองฝั่งไม่รู้สึกใช้ชีวิตด้วยความกังวล ด้วยความหวาดระแวง โดยรัฐบาลไทยควรเจรจากับรัฐบาลเมียนมาเพื่อหามาตรการร่วมกัน
ในส่วนของพื้นที่ปลอดภัย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ทาง อบต.แม่สามแลบ ได้เตรียมสถานที่ไว้ ณ โรงเรียนบ้านห้วยกองก๊าด สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทย และ หากมีผู้อพยพจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางฝ่ายความมั่นคงก็ได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้ 3 จุด แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในช่วงสภาวะวิกฤตจึงอยากเสนอให้มีการจัดสร้างหลุมหลบภัยไว้ในชุมชน เพื่อชาวบ้านจะได้วิ่งเข้าพื้นที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม พบว่าราษฎรไทยในหมู่บ้าน หลายครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและคนชรา ยังคงหวาดผวา ว่าพม่าจะโจมตีซ้ำอีก จึงได้พากันไปอาศัยนอนกับญาติในพื้นที่ชั้นใน ที่ห่างไกลจากแนวน้ำสาละวินเพื่อความปลอดภัย
นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนันตำบลแม่สามแลบ กล่าวว่า ได้มีการประชุมลูกบ้านย้ำเตือนให้ระมัดระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช่น อย่าเปิดเพลงเสียงดัง เพื่อที่จะได้ยินการแจ้งเตือน หรือ ได้ยินเสียงเครื่องบิน เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนอยู่เป็นระยะว่า ทหารเมียนมาจะเข้ามาโจมตีทหารกะเหรี่ยง(KNU) ซึ่งเมื่อวานก็เช่นกัน ได้มีการแจ้งเตือนมาว่าจะเกิดเหตุโจมตีริมแม่น้ำสาละวิน แต่ไม่แน่ชัดว่าจุดไหน
ทางด้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองทัพกะเหรี่ยง KNU เปิดเผยว่า เมื่อ 31 สิงหาคม 2569 กองทัพบกเมียนมา โดย คณะกรรมการชายแดนพม่า-ไทย เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ได้ส่งจดหมายประท้วงต่อฝ่ายไทย เตือนอย่างเป็นทางการไปยังเจ้าหน้าที่ชายแดนไทยและพ่อค้า/นักธุรกิจไทย จดหมายดังกล่าวเตือนพ่อค้าไทยไม่ให้ติดต่อกับ KNU ไม่ให้ขนส่งสินค้าผ่านด่านซอเลท่า ที่ KNU ควบคุม และด่านซอเลท่า ของ KNU จะถูกโจมตีทางอากาศ
KNU ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางอากาศโดย กองทัพอากาศพม่าเพื่อตัดเส้นทางขนส่งเสบียงและการค้าชายแดนของกองพลน้อย KNU กองพลน้อยที่ 5 ชาวบ้านและผู้สังเกตการณ์ทางทหารเชื่อว่าการโจมตีทางอากาศเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศ และความปลอดภัยของพลเรือนไทยที่อาศัยอยู่ตามชายแดน เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้ชายแดนมาก