เนชั่นทีวี

ข่าว

"ศาลแพ่ง"รับฟ้อง เรียกค่าเสียหายซีพี "คดีปลาหมอคางดำ"

14 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"ศาลแพ่ง"รับฟ้อง เรียกค่าเสียหายซีพี "คดีปลาหมอคางดำ"

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน “รับฟ้อง” คดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่ม ก่อนนัดชี้สองสถาน และฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. ชาวบ้านเรียกค่าเสียหาย 2 พันล้าน

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน “รับฟ้อง” คดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่ม ก่อนนัดชี้สองสถาน และฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. ชาวบ้านเรียกค่าเสียหาย 2 พันล้าน

KEY

POINTS

  • ศาลอุทธรณ์ยืนรับฟ้องคดีแบบกลุ่ม: อนุญาตให้กลุ่มเกษตรกรดำเนินคดีแบบ Class Action ฟ้อง CPF และพวกรวม 9 ราย เรียกค่าเสียหาย 2,000 ล้านบาท ชี้ชาวบ้านมีคุณสมบัติชอบด้วยกฎหมาย
  • นัดชี้สองสถาน 30 พ.ย. นี้: ศาลเตรียมพิจารณาว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อภาระการพิสูจน์พยานหลักฐานของผู้ประกอบการ โดยคาดว่าจะเริ่มสืบพยานปากแรกได้ในปี 2570
  • ยังไม่ตัดสินชี้ขาดความผิด: คำสั่งนี้เป็นเพียงการรับฟ้องในรูปแบบคดีเท่านั้น ยังไม่ได้ตัดสินว่า CPF มีความผิดหรือต้องชดใช้ค่าเสียหาย สอดคล้องกับศาลปกครองที่ระบุว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าปลาหลุดจากฟาร์มใด

14 กันยายน 2569 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้อง คดีปลาหมอคางดำ เป็นคดีแบบกลุ่ม ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณา หลังชาวบ้านยื่น ฟ้องซีพี และกรรมการ 9 ราย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท ชี้กลุ่มผู้เสียหายมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย และฟังคำร้องอุทธรณ์จำเลยไม่ขึ้น โดยศาลนัดชี้สองสถาน 30 พ.ย. นี้ วินิจฉัยเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ก่อนเดินหน้าสืบพยาน คดีปลาหมอคางดำ และดำเนินคดีกับ ซีพีเอฟ ต่อไป

 

ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งชั้นอุทธรณ์คดีที่ นายปัญญา โตกทอง ตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพร้อมตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 10 คนเป็นโจทก์ ฟ้องบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกรวม 9 รายเป็นจำเลย

 

ว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 68 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่ม โดยให้เหตุผลว่า มีการบรรยายคำฟ้องที่ชัดเจนและมีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงทนายความที่รับผิดชอบในคดีนี้มีประสบการณ์ในการทำคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขี้นมาแล้ว แต่ทางคู่ความ คือบริษัทเอกชนกับจำเลยทั้ง 9 ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลจึงนัดฟังคำสั่งชั้นอุทธรณ์อีกครั้งในวันนี้

 

โดยในวันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาต ให้ดำเนินคดีปลาหมอคางดำเป็นแบบกลุ่ม โดยศาลเห็นว่ากลุ่มชาวบ้านมีคุณสมบัติโดยชอบ ส่วนคำอุทธรณ์คัดค้านของจำเลยทั้ง 9 ฟังไม่ขึ้น

"ศาลแพ่ง"รับฟ้อง เรียกค่าเสียหายซีพี "คดีปลาหมอคางดำ"

 

ภายหลังฟังคำสั่ง ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน ประธานอนุกรรมการฝ่ายคดีสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติการ สภาทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับไว้เป็นคดีแบบกลุ่มยืนตามศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับพิจารณาคดีแบบกลุ่มพร้อมนัดชี้สองสถานในวันที่ 30 พ.ย. โดยวันนั้นศาลจะมีคำสั่งในคำร้องที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีว่าคดีที่รับดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ โดยศาลให้วางเงินจำนวน 50,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการประกาศหนังสือพิมพ์ 3 วันติดต่อกัน และค่านำส่งหนังสือบอกกล่าวสมาชิกกลุ่ม

 

เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่ม คนที่เป็นสมาชิกบางคนอาจจะไม่เคยปรากฏชื่อมาก่อน แต่ได้รับความเสียหาย ซึ่งการฟ้องแบบกลุ่มจะผูกพันทุกคนที่เป็นสมาชิกยกเว้นเมื่อศาลประกาศคำสั่งแล้วมีการถอนตัวก็จะหลุดจากสมาชิกกลุ่ม

 

ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะมีผลภาระในการพิสูจน์ จะตกเป็นของฝ่ายผู้ประกอบการ ถ้าศาลมีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่มและคดีสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ชาวบ้านจะได้เปรียบในการดำเนินคดี 

 

"ศาลแพ่ง"รับฟ้อง เรียกค่าเสียหายซีพี "คดีปลาหมอคางดำ"

คาดเริ่มสืบพยานปากแรก ปี 2570 ก่อนตัดสินภายใน 1 ปี

 

ว่าที่ร.ต สมชาย กล่าวว่า ตนคาดว่าคดีนี้จะเริ่มพิจารณาสืบพยานปากแรกได้ภายใน 2570 และเชื่อว่าศาลจะมีคำพิพากษาภายในปลายปี 2570 เช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของจำนวนพยานจำนวนกี่ปากใครบ้าง ตนยังไม่ขอเปิดเผย หลังจากนี้ก็จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องชาวบ้านในจังหวัดอื่นที่เดือดร้อนจากเรื่องปลาหมอคางดำก็จะมีการฟ้องคดีต่อศาลทั้งในคดีแพ่งและปกครอง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้มีการเรียกค่าเสียหายกับซีพีกว่า 2,000 ล้านบาท

 

ยังไม่ตัดสินผิด-ถูก เทียบคำสั่งศาลปกครอง ไม่ชี้ชัดหลุดจากฟาร์มใด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณากรณีปลาหมอคางดำในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกำหนด ซึ่งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงขั้นตอนการวินิจฉัยเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินคดีเท่านั้น โดยศาลยังไม่ได้ลงความเห็น หรือพิจารณาในเนื้อหาแห่งคดีว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มีความรับผิดตามข้อกล่าวหา หรือมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้องแต่ประการใด

 

สำหรับมูลค่าความเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง ยังต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ตามขั้นตอนของกฎหมายอีกนาน โดยผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ขอบเขตของกลุ่ม ผลการพิจารณาในประเด็นแห่งคดี และคำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้องในอนาคต

 

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ว่า กรมประมงละเลยหน้าที่ในการควบคุมยับยั้งสัตว์น้ำต่างถิ่น และสั่งการให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดระงับยับยั้ง ปราบปราม และฟื้นฟูการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่คดีถึงที่สุด พร้อมกันนี้ ได้ยกคำร้องของผู้ฟ้องที่ขอให้รัฐเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน พร้อมระบุในคำพิพากษาว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปลาหมอคางดำหลุดออกจากฟาร์มใด

 

"ศาลแพ่ง"รับฟ้อง เรียกค่าเสียหายซีพี "คดีปลาหมอคางดำ"

 

ข่าวล่าสุด