แต่เริ่มมีผู้ใช้จำนวนหนึ่งสังเกตว่า ผิวบริเวณใต้ตัวเรือนและสายรัดมีสีขาวซีด แห้ง หยาบ คัน หรือหนาขึ้นเป็นวง จนเกิดข้อสงสัยว่า แสงสีเขียวจากเซนเซอร์ทำให้ผิวหนังมีปัญหาหรือเปล่า? นาฬิกาไฟรั่ว? หรือความร้อนจากตัวเครื่องกำลังลวกผิวแบบช้าๆ?
จากหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบัน อาการเหล่านี้มักอธิบายได้ดว่าสาเหตุเกิดจาก “ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส” มากกว่า ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าแสงสีเขียวจากเซนเซอร์วัดชีพจรทำให้ผิวแก่หรือเกิดรอยขาวในผู้ใช้ทั่วไป
เว้นแต่ตัวเครื่องร้อนผิดปกติ แบตเตอรี่บวม หรือชำรุด ซึ่งควรหยุดใช้ทันทีและนำอุปกรณ์ไปตรวจสอบ
🔵[สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด]
ประเทศไทยมีทั้งอากาศร้อนและความชื้นสูง พอใส่นาฬิกาแนบผิวตลอดวัน เหงื่อ น้ำ สบู่ ครีมกันแดด และสิ่งสกปรกจึงสะสมอยู่ใต้สายได้ง่าย เมื่อผิวถูกปิดไว้นานๆ ชั้นนอกของผิวจะดูดน้ำจนเปื่อยและซีดขาว คล้ายผิวหลังแช่น้ำนาน หากเจอกับแรงกดและการเสียดสีซ้ำๆ เกราะป้องกันผิวก็อาจเสียหาย กลายเป็น “ผื่นระคายเคืองจากการสัมผัส”
อาการที่พบได้คือ ผิวแดง คัน แสบ ลอก แห้ง หรือหยาบหนาขึ้น ยิ่งใส่รัดแน่นและไม่ถอดหลังออกกำลังกาย ความอับชื้นก็ยิ่งสะสมค่ะ แม้ผู้ผลิตสมาร์ตวอตช์รายใหญ่ยังแนะนำว่า สายที่แน่นเกินไปอาจระคายเคืองผิว ส่วนสายที่หลวมเกินไปก็ทำให้เกิดการเสียดสีได้เช่นกัน