เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : 180 วันแก้ปลาหมอคางดำ กับ 222 ครั้งของการส่งออก : เบื้องหลังวิกฤตนิเวศที่ไม่ได้มีแค่ “ผู้นำเข้า”

09 ก.ย. 2569 | NATESAIY

STORY : 180 วันแก้ปลาหมอคางดำ กับ 222 ครั้งของการส่งออก : เบื้องหลังวิกฤตนิเวศที่ไม่ได้มีแค่ “ผู้นำเข้า”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วาทกรรมหลักของวิกฤตปลาหมอคางดำ มุ่งเป้าไปที่การตั้งคำถามว่า “ใครเป็นผู้นำเข้า?” แต่คำพิพากษาของศาลปกครองกลางล่าสุด และข้อมูลชุดใหม่ที่ถูกเปิดเผยออกมา กำลังทำให้จิ๊กซอว์ภาพนี้มีมิติที่กว้างขึ้น

เพราะปัญหาอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ใครเป็นคนนำเข้ามา แต่อยู่ที่ว่ามีปลาหมอคางดำอยู่ในระบบ และถูก “ส่งออก” ไปต่างประเทศนับแสนตัว โดยที่ระบบของรัฐไม่สามารถระบุที่มาที่ไปได้


🔵 [180 วันขีดเส้นตาย เมื่อศาลชี้ว่า “รัฐ” คือผู้ละเลย]


จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีที่ประชาชน 54 รายยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ

ศาลมีคำวินิจฉัยชัดเจนว่า กรมประมงทราบดีถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาต่างถิ่น แต่หลังจากอนุญาตให้นำเข้ามาวิจัยในปี 2553 กลับไม่เคยติดตามตรวจสอบว่าการวิจัยนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ซึ่งถือเป็นการ “ละเลยต่อหน้าที่” ในการป้องกันและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น

ศาลจึงมีคำสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุมและระงับการแพร่ระบาดให้บรรลุผลภายใน 180 วัน และให้พิจารณาประกาศเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามภายใน 90 วัน
 


🔵 [กวาดล้าง 10 ล้านกิโลกรัม กับภารกิจฟื้นฟูของกระทรวงเกษตรฯ]


หลังมีคำพิพากษา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการด่วนให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยฯ ซึ่งกำกับดูแลกรมประมง เร่งจัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินงานให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

การขับเคลื่อนหลังจากนี้จะเดินหน้าตาม 7 มาตรการหลัก ตั้งแต่การควบคุมในแหล่งน้ำ การปล่อยปลาผู้ล่า การนำไปแปรรูป การเฝ้าระวังเขตกันชน ไปจนถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยสัตว์น้ำประจำถิ่น ซึ่งเป็นไปตามกรอบแผนปฏิบัติการ พ.ศ. 2567-2570

ข้อมูลล่าสุดจากกรมประมง (ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2569) ระบุว่า รัฐสามารถกำจัดปลาหมอคางดำได้แล้วกว่า 10,683,073 กิโลกรัม โดยกว่า 61% มาจากบ่อเลี้ยง และอีก 38% มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลให้สถานการณ์ใน 10 จังหวัดเริ่มมีระดับความชุกชุมลดลง ขณะที่อีก 8 จังหวัดยังคงที่
 


🔵 [3.2 แสนตัว กับ 222 ครั้งที่หลุดรอด: จิ๊กซอว์ที่หายไป]


ในขณะที่รัฐกำลังเร่งแก้ปัญหา “ปลายทาง” ข้อมูลอีกด้านกลับตอกย้ำให้เห็นถึงช่องโหว่ “ต้นทาง” ในอดีต

ชัยภัฏ จันทร์วิไล ประธานเครือข่ายเสียงจากป่า ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง พร้อมเปิดเผยข้อมูลเส้นทางการส่งออกที่น่าสนใจ

ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี 2556-2559 (ก่อนเกิดการร้องเรียนเรื่องแพร่ระบาดในปี 2560) มีบริษัทปลาสวยงามถึง 11 แห่ง ส่งออกปลาหมอคางดำรวมกว่า 320,000 ตัว ใน 222 ครั้ง ไปยังกว่า 10 ประเทศ

ที่ผ่านมาเคยมีคำชี้แจงว่า การระบุชื่อปลาในเอกสารส่งออกอาจเกิดจาก “ความเข้าใจคลาดเคลื่อน” แต่นายชัยภัฏตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นความคลาดเคลื่อน เหตุใดจึงเกิดขึ้นซ้ำมากกว่า 200 ครั้งตลอด 4 ปี และคำถามสำคัญคือ ปลาที่ถูกส่งออกเหล่านี้ มีที่มาจากแหล่งเพาะเลี้ยงใด และใครเป็นผู้ครอบครองในเวลานั้น?

ข้อมูลนี้ไม่ได้สรุปว่าบริษัทส่งออกทั้ง 11 แห่งคือต้นตอของการแพร่ระบาด แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำกระจายตัวอยู่ในระบบการค้ามานานแล้ว และมีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน โดยที่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ของรัฐไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้เลย


🔵 [มากกว่าการหาคนนำเข้า คือการอุดรอยรั่วของระบบ]


เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า การที่สังคมโฟกัสไปที่ “ผู้นำเข้า” เพียงจุดเดียว อาจทำให้เรามองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่า

คำพิพากษาของศาลปกครองที่ระบุว่ารัฐละเลยการตรวจสอบ ผนวกกับตัวเลขการส่งออกปลา 3.2 แสนตัว ที่เครือข่ายเสียงจากป่า ตั้งข้อสังเกต อาจจะทำให้ถูกเข้าใจได้ว่า ระบบการกำกับดูแลของรัฐในอดีตมีช่องโหว่ขนาดใหญ่

การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในวันนี้ จึงอาจต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจ “เส้นทางของปลาในอดีต”

เพราะตราบใดที่รัฐยังไม่สามารถพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ให้โปร่งใสและมีมาตรฐาน แม้การกำจัดปลา 10 ล้านกิโลกรัมจะสำเร็จ แต่วิกฤตนิเวศจากสายพันธุ์ต่างถิ่นก็พร้อมจะหลุดรอดเข้ามาซ้ำรอยเดิมได้เสมอ

ข่าวล่าสุด