เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลจำคุก "อภิรักษ์" คดี Forex-3D 4.9 หมื่นปี ยกฟ้อง "พิ้งกี้" และครอบครัว

13 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ศาลจำคุก "อภิรักษ์" คดี Forex-3D 4.9 หมื่นปี ยกฟ้อง "พิ้งกี้" และครอบครัว

ศาลยกฟ้อง “พิ้งกี้ สาวิกา” พร้อมแม่และพี่ชาย คดีฉ้อโกงลงทุน Forex-3D ส่วนอภิรักษ์-เมีย กับพวกรวม 5 คน ศาลสั่งจำคุก 49,110 ปี พร้อมสั่งปรับ 2 บริษัท รายละ 4.9 พันล้าน พร้อมดอกเบี้ย

ศาลยกฟ้อง “พิ้งกี้ สาวิกา” พร้อมแม่และพี่ชาย คดีฉ้อโกงลงทุน Forex-3D ส่วนอภิรักษ์-เมีย กับพวกรวม 5 คน ศาลสั่งจำคุก 49,110 ปี พร้อมสั่งปรับ 2 บริษัท รายละ 4.9 พันล้าน พร้อมดอกเบี้ย

KEY

POINTS

  • ศาลสั่งจำคุกอภิรักษ์กับพวก: นายอภิรักษ์ ภรรยา และพวกรวม 5 ราย โดนโทษจำคุกคนละ 49,110 ปี (จำคุกจริงตามกฎหมายคนละ 20 ปี) ปรับ 2 บริษัท รายละ 4,911 ล้านบาท
  • ยกฟ้องพิ้งกี้และครอบครัว: ศาลยกฟ้อง พิ้งกี้ สาวิกา แม่ และพี่ชาย พร้อมจำเลยอื่นรวม 17 ราย ชี้เป็นเพียงผู้ลงทุนจริง ไม่ได้ชักชวนใคร ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
  • สั่งคืนเงินผู้เสียหายหมื่นราย: ศาลสั่งกลุ่มจำเลยร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 9,822 ราย รวมวงเงินกว่า 2,473 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย

13 สิงหาคม 2569 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D  ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) ผู้บริหาร รวมทั้ง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง   นางสรินยา มารดา , นายกิตติเชษฐ์  พี่ชาย กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 

พฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 24  พ.ย.2558 - 8 ก.ย.2563 พวกจำเลย ร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้มาร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทางออนไลน์ในช่องทางเว็บไซต์ และเฟซบุ๊กชื่อ “ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี” โดยมีจำเลยที่ 1 ดำเนินการอ้างว่า มีทีมงานมืออาชีพเป็นผู้ทำการลงทุนแทน โดยไม่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศ เพียงแต่ให้ผู้เข้าร่วมลงทุนฝากเงินเข้ามาก็รอรับเงินกำไรปันผลได้เลย โดยมีการประกันเงินต้น 100 เปอร์เซ็นต์ 

ทำให้มีผู้หลงเชื่อ 9,822 ราย นำเงินมาร่วมลงทุนกับพวกจำเลยกว่า 2,489 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงพวกจำเลยไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุน และไม่มีการประกอบกิจการซื้อขาย หรือเทรดเงินตราต่างประเทศกันจริงตามที่กล่าวอ้าง ขอให้ลงโทษเเละร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,489 ล้านบาท คืนแก่ผู้เสียหายด้วย พวกจำเลยให้การปฏิเสธและส่วนมากถูกคุมขังในเรือนจำ ยกเว้น น.ส.สาวิกา ไชยเดช จำเลยที่ 7 ได้รับการประกันตัววงเงิน 5 ล้านบาท

รายชื่อจำเลยคดีแชร์ Forex-3D  รวม 24 คน ตามลำดับดังนี้
1 นายอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล)
2 บ.อาร์เอ็มเอสแฟมิเลีย โดยนายสรายุทธ พี่ชายพิ้งกี้
3 บ.มีดีเพย์ โดยนายศิษฎ์ธนาฒย์ (สงวนนามสกุล)
4 นายศิษฎ์ธนาฒย์ (สงวนนามสกุล)
5 นายสุภิญโญ (สงวนนามสกุล)
6 นายสรายุทธ  (สงวนนามสกุล) พี่ชายพิ้งกี้
7 น.ส.สาวิกา ไชยเดช  หรือ พิ้งกี้ อดีตนักแสดงชื่อดัง
8 นางสรินยา แม่พิ้งกี้ และนายสรายุทธ
9 นายณัฐธีร์ (สงวนนามสกุล)
10 นายศิรเมษฐ์ (สงวนนามสกุล)
11 นายธรรศิวรรฒ (สงวนนามสกุล)
12 นายปฏิภาณ (สงวนนามสกุล)
13 นายอนุพงศ์ (สงวนนามสกุล)
14 นายนวพล (สงวนนามสกุล)
15 นายรพีพัฒน์ (สงวนนามสกุล)
16 นายสุรสิทธิ์ (สงวนนามสกุล)
17 นายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล)
18 นางนงนุช (สงวนนามสกุล)
19 นายกิตติชัย (สงวนนามสกุล)
20 นายอับดุลฮากีม (สงวนนามสกุล)
21 น.ส.ภคมน (สงวนนามสกุล)
22 นายกษม (สงวนนามสกุล)
23 น.ส.ธัญญนันช์ (สงวนนามสกุล)
24 นายทินกร (สงวนนามสกุล)

ศาลชี้ "ฟอร์เร็กซ์ 3ดี" ไม่มีการลงทุนในต่างประเทศจริง 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์จำเลยรับฟังได้ว่า การเทรด "ฟอร์เร็กซ์ 3ดี"  ในคดีนี้ เป็นการลงทุนกับความผันผวนของสกุลเงินของโลก โดยมีผู้เสียหายมาดำเนินคดีในคดีดังกล่าวจำนวน 9,822 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่กว่า 2,473 ล้านบาท 

โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหารบริษัท จำเลยที่ 2 บริษัท จำเลยที่ 3 ได้มีการโฆษณาชักชวนและแนะนำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้บุคคลที่สนใจมาร่วมลงทุน และจะนำกำไรมาแบ่งจ่าย แบ่งออกเป็น 5 ระดับตามการลงทุน ซึ่งระยะแรกผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาในต้นปี 2562 เริ่มมีการจ่ายเงินช้า จนกระทั่งกลางปี 2562 ผู้ลงทุนไม่สามารถถอนเงินหรือผลตอบแทนได้อีก จนกระทั่งแอดมินและจำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะจ่ายเงินให้ครบภายในเดือน ต.ค. 2562

จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจหลายอย่าง เช่น ธุรกิจถังเช่า เปิดยิมออกกำลังกาย ซึ่งแต่ละที่จะมีพนักงานทำหน้าที่อยู่ แต่ในธุรกิจ Forex-3D เป็นธุรกิจที่น่าจะมีเงิน และเป็นธุรกิจหลัก กลับพบว่าพนักงานไม่รู้เห็น และไม่รู้ว่ามีการดำเนินกิจการดังกล่าว ทั้งที่เป็นกิจการทำเงินให้กับจำเลยที่ 1 จำนวนมาก 

ทั้งนี้ พยานจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำการตรวจสอบ และพบบริษัท Forex-3D จำเลยที่ 1-3 ไม่เคยขออนุญาต และไม่พบธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ หากประกอบธุรกิจเทรดซื้อขายลงทุนเงินตราต่างประเทศ จะต้องมีการโอนเงินธุรกรรมระหว่างประเทศลงทุนในตลาดต่างประเทศ และการทำธุรกิจ Forex3D ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำได้ในประเทศไทย และจำเลยที่สองได้รับอนุญาตเพียงแค่แลกเปลี่ยนเงินตราเพียงเท่านั้น

ประกอบกับ จำเลยที่ 1 มีบัญชีม้าจำนวนมาก ใช้บัญชีม้าจำนวนมากในการโอนเงินไปให้ผู้เสียหาย แสดงความไม่สุจริต หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ ปกปิดเส้นทางการเงิน หลีกเลี่ยงภาษีและการอายัดบัญชี และพบว่ามีการจ้างคนให้เปิดบัญชีม้า โดยให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000-10,000 บาท 

เห็นว่าโจทก์มีพยานเบิกความสอดคล้องกันว่ารู้จักการลงทุนนี้ผ่านตัวบุคคลและสื่อออนไลน์ รู้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหาร จะไปลงทุนแลกเปลี่ยน Forex โดยมีการรับประกัน ถ้าขาดทุนทางบริษัทจะเป็นผู้ชดใช้ ประกอบกับมีคนได้รับผลตอบแทนจริง จึงร่วมลงทุน ระยะแรกได้ผลตอบแทนจริงจึงลงทุนเพิ่ม ผู้เสียหายเบิกความยืนยันรายละเอียดในเรื่องรายละเอียดลำดับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง ยากที่จะแต่งเรื่องเท็จไปปักปรำ เชื่อว่าเบิกความตามความจริง

พยานหลักฐานฝั่งโจทก์ที่นำสืบมาเชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1-3 ได้หลอกลงทุนเทรด Forex-3D  เป็นกลอุบายล่อลวง มาให้คนนำเงินมาลงทุนลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ จำเลยที่ 1-3 ทำผิดจึงกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นลักษณะฉ้อโกงประชาชน


ยกฟ้อง “พิ้งกี้” กับครอบครัว กอดกันร่ำไห้ในศาล
 

ส่วนจำเลย 6-8 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นมารดา บุตร และพี่น้อง การกระทำเกี่ยวพันกัน โดยจำเลยที่ 6 สนิทกับจำเลยที่ 1 มานาน และร่วมกันก่อสร้างของบริษัทจำเลยที่ 2 โดยมีการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหลายครั้ง โดยจำเลยที่ 1 กระทำเพียงคนเดียว ทั้งนี้พบว่าทางจำเลยที่ 6 ได้มีการเปิดบัญชีโดยชื่อของตนเอง และชื่อพ่อของจำเลยที่ 6 ในการรับเงิน

ก่อนจะพบว่าจำเลยที่ 7 ได้มีการเปิดพอร์ตลงทุนครั้งแรก 15 ล้านบาท พอได้ผลตอบแทนจึงลงทุนมาเรื่อย ๆ รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท ต่อมาจำเลยที่ 8 ได้มีการลงทุน 2 ล้านบาท ได้กำไรมา 2.9 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่า จำเลยที่ 7-8 เคยไปร่วมงานสังสรรค์กับจำเลยที่ 1 หลายครั้ง ทั้งงานวันเกิดและวันคริสต์มาส และยังพบว่าจำเลยที่ 7-8 ยังมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

ทั้งนี้ จากการเบิกความของพยานฝั่งโจทก์ หรือนางสาวจ๊ะ นงผณี มหาดไทย นักร้องชื่อดัง เป็นพยานเบิกความว่าจำเลยที่ 23 ได้มีการชักชวนให้ตนเองมาร่วมลงทุน จึงได้มีการลงทุนครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท เห็นว่าได้กำไรจึงลงทุนเพิ่มเป็นเงิน 8 ล้านบาท ก่อนที่ต่อมาจะไม่สามารถถอนเงินได้ ทางด้านแฟนเก่าของนางสาวจ๊ะ นงผณี พยานรู้จักกับจำเลยที่ 8 จึงได้โทรศัพท์ทวงถาม โดยทางจำเลยที่ 8 แจ้งว่าจะติดตามให้ ก่อนที่ต่อมาจะมีเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้ามายังบัญชีของพยาน

และพบว่าจำเลยที่ 6-8 มีความสนิทสนมกับจำเลยที่ 1 มานาน ตั้งแต่ก่อนก่อตั้งบริษัท Forex-3D  และยังเป็นผู้ถือหุ้นร่วมด้วย พยานหลักฐานของโจทก์ เห็นว่าจำเลยที่ 6-8 เป็นผู้เกี่ยวพันโดยตรง 

และจากการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนพบเส้นทางการเงินมีเงินหมุนเวียน เชื่อมโยงจำนวน 40 ล้านบาท น่าจะรู้ว่าการทำ Forex-3D เป็นการฉ้อโกงประชาชน เพียงแต่หลักฐานฝั่งโจทก์ยังไม่อาจรับฟังได้ เห็นว่าที่จำเลย 6-8 มีเงินหมุน 40 ล้านบาท อาจจะมาจากกิจการอย่างอื่น จำเลยที่ 6-8 อาจจะไม่รู้ว่าธุรกิจ Forex-3D  เป็นการหลอกลวง 

เพราะถ้าหากรู้คงไม่โอนเงินลงทุนกลับไปยังจำเลยที่ 3 เพราะมีความเสี่ยงที่จะสูญเงิน อีกทั้งจำเลยที่ 7 เป็นนักแสดงมีชื่อเสียง คาดว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้มากกว่าการทำมาหาได้ของจำเลยที่ 7 และเงินลงทุนมากพอ ๆ กับที่ได้รับ บ่งชี้ได้ว่ามีการลงทุนจริง ไม่ได้แสร้งทำพอร์ตปลอมมาหลอกประชาชน อีกทั้งจำเลยที่ 6-8 เป็นผู้ร่วมลงทุน ไม่ได้ชักชวนใครมาลงทุนในธุรกิจนี้จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย 6-8 

โดยตลอดการฟังคำพิพากษาจำเลยที่ 6-8 มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ทันทีที่ศาลพูดว่า “ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย” ทั้ง 3 คนร้องไห้และสวมกอดกันด้วยความดีใจกับคำพิพากษา



ลูกน้อง-คนใกล้ชิด ”นายอภิรักษ์“ ไม่รอด โดนตัวการร่วม 


ส่วนจำเลยที่ 5,9,11 และ 21 ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 5 เป็นผู้เขียนโปรแกรมให้กับเว็บไซต์ Forex-3D  รู้เรื่องรายละเอียดเป็นอย่างดี มีเงินเข้าบัญชีเป็นจำนวนมากถึง 62 ล้านบาท และจำเลยที่ 5 ไม่มีสัญญาว่าจ้าง ไม่มีหลักฐาน ความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมจึงเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างที่น่าเชื่อถือไม่พอที่จะหักล้างพยานของโจทก์ได้ ทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาของจำเลยที่ 5 เสร็จจำเลยที่ 5 ได้มีการร้องไห้ออกมาทันที 

ส่วนจำเลยที่ 9 ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวของจำเลยที่ 1 มีส่วนร่วมกับการบริหาร ร่วมกับบริษัทของจำเลยที่ 2 และบริษัทที่ 3 จึงถือว่าเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว

ส่วนจำเลยที่ 11 ทำหน้าที่เกี่ยวกับดูแลเอกสารของบริษัท โดยมีจำเลยที่ 9 เป็นหัวหน้า การกระทำของจำเลยที่ 11 มีมูลให้เชื่อว่า รับรู้วัตถุประสงค์ในการทำเรื่องกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงเป็นตัวการ ร่วมกระทำความผิดร่วมกับจำเลย  1-3 จึงถือว่ามีมีความผิดตามคำฟ้อง

ส่วนจำเลยที่ 21 ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยามาตั้งแต่ปี 2558 มีการโพสต์ผ่านโซเชียล ว่ามีชีวิตที่หรูหรา หลังจากทำธุรกิจ Forex-3D จากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนของจำเลยที่ 11 เป็นเงิน 90 ล้านบาท ไม่ปรากฏว่ามาจากธุรกิจใดโดยจำเลยอ้างว่าเป็นเงินที่ทางสามีหรือจำเลยที่ 1 เป็นคนโอนให้รายเดือน และในโอกาสพิเศษ ที่จำเลยอ้างว่าตัวเองเป็นแม่บ้านขัดแย้งกับการที่จำเลยมีชื่อเป็นประธานบริษัทของบริษัทเครื่องสำอาง คำกล่าวอ้างของจำเลยจึงน่าเชื่อถือ ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้

ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1,5 ,9, 11,21 มีความผิดฐาน กู้ยืมเพื่อการฉ้อโกงประชาชน / พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ / ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทโทษให้ลงโทษฐาน กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นโทษบทหนักสุด ให้จำคุกจำเลยที่ 1 5 9 11 21 กระทงละ 5 ปี  กระทงละ 9,822 กระทง รวมจำคุกจำเลยคนละ 49,110 ปี และ ให้ร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 9,822 คน ตามจำนวนที่ถูกฉ้อโกงและกู้ยืมไป พร้อมอัตราดอกเบี้ย 

พร้อมสั่งปรับจำเลยที่ 2 และ 3 รายละ 500,000 บาท รวม 9,822 กระทง ทั้งหมดเป็นค่าปรับรายละ 4,911 ล้านบาท  
อย่างไรก็ตาม โทษจำคุกตามกฎหมายให้จำคุกได้สูงสุด 20 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1,5,9,11,21 คนละ 20 ปี ตามกฎหมาย ส่วนจำเลยอื่นยกฟ้องรวมทั้ง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ “พิ้งกี้” พี่ชาย และ แม่  (จำเลยที่สั่งยกฟ้อง 4 ,6-8 , 10,12-20 ,22-24  วันนี้ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 6 ชั่วโมงเศษ 
 

”พิ้งกี้“ ยังไม่พร้อมสัมภาษณ์  ขอไปรับครอบครัวที่เรือนจำ 

โดยนางสาวสาวิกา ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากต้องเตรียมตัวเดินทางไปรับมารดา และพี่ชายที่ทัณฑสถานหญิงกลางและเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมเปิดเผยเพียงสั้น ๆ ว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทั้งตน มารดา และพี่ชาย

 

ศาลจำคุก "อภิรักษ์" คดี Forex-3D 4.9 หมื่นปี ยกฟ้อง "พิ้งกี้" และครอบครัว

ทนาย ชี้ คำพิพากษาศาลอาญาละเอียดให้ความยุติธรรม 

ด้าน นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความของบิดา มารดา และน้องชายของนายอภิรักษ์ โกฎธิ
ผู้ก่อตั้ง Forex-3D
เปิดเผยว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบพยานนานประมาณ 5 ปี และถือเป็นการอ่านคำพิพากษาที่ใช้เวลานานที่สุดในชีวิตการทำงานของตน  ซึ่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายอภิรักษ์ รวมถึงจำเลยรายที่ 5, 9, 11 และ 21 โดยสั่งจำคุกคนละ 49,110 ปี แต่สั่งจำคุกสูงสุดได้อยู่ที่ 20 ปีตามที่กฎหมายกำหนด 

ขณะที่จำเลยที่เหลือ ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยสรุปมีจำเลยทั้งหมด 24 ราย ศาลลงโทษ 7 ราย และยกฟ้อง 17 คน

กลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ Forex-3D ทั้งในส่วนของเส้นทางการเงิน การโฆษณา และการดำเนินธุรกิจ ขณะที่กลุ่มที่ศาลยกฟ้อง ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทหรือบุคคลในครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ  อย่างกรณีบิดา มารดา และน้องชายของนายอภิรักษ์ ซึ่งตนเป็นทนายความให้ ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นเพียงบุคคลในครอบครัว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ

ส่วนกรณีของนางสาวสาวิกา หรือ “พิ้งกี้” ศาลยกฟ้องเนื่องจากเป็นเพียงนักลงทุน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประกอบกิจการ สำหรับการอุทธรณ์ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่ากลุ่มจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุกจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า คำพิพากษามีรายละเอียดชัดเจน และมองว่าศาลได้ให้ความยุติธรรมกับจำเลย  ตลอดระยะเวลาการสืบคดีประมาณ 5 ปี ไม่เคยพบผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน หรือเรียกร้องต่อกลุ่มจำเลยที่ศาลยกฟ้อง และจำเลยกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักหรือพบกับผู้เสียหายมาก่อน

ข่าวล่าสุด