สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดโครงการสำคัญภายใต้แนวทาง Quick Win เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จและเปิดใช้ประโยชน์โดยเร็ว อาทิ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี , ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง รวมถึงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญหลายแห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินเรือและการขนส่งทางน้ำ
พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการที่จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทางน้ำ ทั้งการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเพื่อเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับระบบพาณิชย์นาวี โดยเดินหน้าพัฒนาระบบ Maritime Single Window (MSW) เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว ลดขั้นตอนและต้นทุนในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า รวมถึงยกระดับมาตรฐานร่องน้ำและเครื่องช่วยการเดินเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนสร้างความร่วมมือด้านพาณิชย์นาวีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า แนวโน้มของการค้า การขนส่งระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวทางทะเล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ ทำให้ภาคพาณิชย์นาวีมีโอกาสขยายตัวและต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ดังนั้น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจะต้องเดินควบคู่กับการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ เพราะแม้ประเทศจะมีท่าเรือ ร่องน้ำ ระบบการขนส่ง และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงใด หากไม่มีบุคลากรที่มีความรู้และได้มาตรฐาน ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนเหล่านั้นได้อย่างเต็มศักยภาพ
“รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมต้องการเห็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาคน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่มีคุณภาพ คือผู้ที่จะทำให้การลงทุนและการพัฒนาของประเทศเกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เราจึงต้องสร้างโอกาสให้คนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี และก้าวออกไปแข่งขันในระดับนานาชาติได้”
นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายถึงผู้สำเร็จการศึกษาว่า ประกาศนียบัตรที่ได้รับถือเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงาน โดยขอให้นำความรู้และประสบการณ์จากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีไปใช้ให้เต็มความสามารถ ทำหน้าที่ด้วยวินัย ยึดมั่นในความปลอดภัย มีความรับผิดชอบ รักษามาตรฐานวิชาชีพ และเรียนรู้พัฒนาตนเองอยู่เสมอ พร้อมระลึกว่าไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานในน่านน้ำใด ทุกคนล้วนเป็นตัวแทนของศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี บุคลากรพาณิชย์นาวีไทย และประเทศไทย
“วันนี้ไม่ใช่ปลายทางของการเรียนรู้ แต่เป็นวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตการทำงานจริง ขอให้ทุกคนก้าวออกไปอย่างภาคภูมิ ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และขอให้ทุกการเดินทางเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย กลับถึงบ้านด้วยความภาคภูมิใจเสมอ” นายสรรเพชญ กล่าว