ในเวลา 9.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมาถึงศาลอาญารัชดา โดยมีสีหน้าท่าทางปกติ ยิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน
โดย บิ๊กโจ๊ก บอกว่ายังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในวันนี้ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.) จะมีการแถลงข่าว ที่โรงแรมฮิลตัน กรุงเทพ แกรนด์ อโศก เวลา 10.00 น. และบอกว่าวันนี้ตนเองมาคนละคดีกับที่ทนายมาเป็นคดีอื่น ก่อนจะเดินทางขึ้นไปห้องพิจารณาคดี
ด้าน พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเช่นเดียวกัน
โดย พ.อ.นพ.ธวัชชัย กล่าวว่า ตนมาในฐานะพยานในคดีที่มีการยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ เนื่องจากทนายความของบิ๊กโจ๊กได้ทำหนังสือออกหมายเรียกตนเองให้มาเป็นพยาน หลังจากที่มีการวิเคราะห์เรื่องเวชระเบียนที่ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ออกมาโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนได้นำเวชระเบียนดังกล่าวมาวิเคราะห์และโพสต์ลงบนโซเชียลส่วนตัวในวันที่ 9 มกราคม 2569
ยืนยันว่าการวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ตามใบเวชระเบียน เป็นความคิดเห็นทางการแพทย์ ตนไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และใบเวชระเบียนดังกล่าวก็ออกมาจากแพทย์และโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียง และมีความน่าเชื่อถือ
ทั้งนี้ ตนไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อ 9 ปีก่อนที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ โดนทำร้ายหรือตบหูนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพียงแค่นำใบเวชระเบียนมาวิเคราะห์ความเห็นทางการแพทย์ ส่วนที่ตนเคยวิเคราะห์ไว้ คือ H72.8 หมายถึง แก้วหูทะลุชนิดอื่นๆ ที่เกิดจากโรค
หากเป็นการบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายอย่างเฉียบพลัน แพทย์จะต้องใช้รหัส S09.2 ซึ่งหมายถึง แก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน อย่างชัดเจน
ส่วนตัวตนรู้จักกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จากที่เคยไปออกรายการช่องหนึ่งที่มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับสารไซยาไนด์ ซึ่งรู้จักก่อนที่เจ้าตัวจะมีคดีเรื่องเกี่ยวกับสินบนทองหรือคดีอื่นๆ และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว
#บิ๊กโจ๊ก #คริษฐ์ #หมอธวัชชัย #แจ้งความเท็จ #ตบบ้องหู #ข่าววันนี้ #DSI #ศาลอาญา #สุรเชษฐ์หักพาล