เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย

20 พ.ย. 2568

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย หมดยุคมีแค่สมเด็จในเรือนจำไทย แต่มีเง็กเซียนด้วย แฉเส้นทาง อาชญากรแดนมังกรทำอย่างไร ถึงเรียกว่าเป็น VVIP ในคุก

20 พฤศจิกายน 2568 ข่าวฮือฮาว่าด้วยการ “ย้ายฟ้าผ่า” ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องขยาย เพราะเหตุผลในการสั่งย้ายข้าราชการระดับ “ผบ.เรือนจำ” คือ การเอื้อประโยชน์ และให้อภิสิทธิ์กับผู้ต้องขังกลุ่ม “จีนเทา” จนถูกร้องเรียนผู้ต้องขังชาวไทย และผู้ต้องขัง  รายอื่นๆ
 

ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในเรื่องนี้ เนชั่นออนไลน์ ตรวจสอบข้อมูลพบว่า
 

- การสั่งย้ายด่วน นอกจากตัว ผบ.เรือนจำ แล้ว ยังมีผู้คุม และเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีก รวม 19 คน

 

 - ที่มาของการสั่งย้าย มาจากการ “จัดทีมพิเศษ” เข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ แบบไม่ให้รู้ตัวล่วงหน้า

 

 - สาเหตุที่ต้อง “จู่โจมตรวจค้น” โดยใช้ “ทีมพิเศษ” เนื่องจากเรื่องอื้อฉาวในเรือนจำแห่งนี้ มีการร้องเรียนมาโดยตลอด เป็นเวลาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มมีการจับกุมผู้ต้องหา และจำเลยกลุ่ม “จีนเทา” ซึ่งคนเหล่านี้มีเงิน และวางอำนาจ จึงใช้เงินซื้ออภิสิทธิ์ในเรือนจำ

 

**แต่การตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมี “หนอนบ่อนไส้” คอยแจ้งข่าวล่วงหน้า ทำให้มีการเก็บและปกปิดหลักฐานได้ทันทุกครั้ง

 

 - ที่ผ่านมาเคยมีการแก้ไขปัญหามาตามลำดับ เพราะเรื่องร้องเรียนมีมาตลอด เช่น กรณี นายเฉอ จื้อเจียง หรือ นายแส จิ้นเจียง เจ้าพ่อเมืองสแกมเมอร์ “ชเวโก๊กโก” ซึ่งอยู่ในจังหวัดเมียวดี ของเมียนมา ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ก็เคยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ช่วงรอการพิจารณาคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากทางการจีนขอตัวกลับไปดำเนินคดี 
 

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย

ช่วงนั้น ราวๆ ปี 2565-2566 ก็มีการร้องเรียนพฤติกรรมของ นายเฉอ จื้อเจียง และพวก มาก่อนแล้ว โดยมีการเปิดโปงร้องเรียนพฤติกรรมอื้อฉาว เช่น

 

 - ทำตัวเป็นหัวหน้าผู้ต้องขังชาวจีนทั้งหมดในเรือนจำ สร้างอิทธิพลในเรือนจำ

 

 - ไม่ต้องตัดผมเกรียนเหมือนผู้ต้องขังคนอื่น

 

 - ไม่ต้องเข้าแถวเช็กยอด และไม่ต้องรวมกิจกรรมในเรือนจำ

 

 - สร้างพื้นที่อิทธิพลของตนเอง จ้างผู้ต้องขังชาวไทยให้เป็นคนรับใช้

 

 - มีเครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนอยู่โรงแรม หรือคอนโดฯ เช่น มีเครื่องเสียงและลำโพงขนาดใหญ่

 

 - มีซิการ์สูบเล่นอย่างสบายใจ

 

 - มีอาหารชั้นเลิศจากนอกเรือนจำรับประทาน

 

 - ใช้เงินครั้งละ 100,000 บาท จ่ายให้ผู้รับผิดชอบ เพื่อซื้ออภิสิทธิ์ต่างๆ ในแต่ละเรื่อง (เคสละ 1 แสนบาท)

 

จากเรื่องร้องเรียนในครั้งนั้น ทำให้มีการสั่งย้าย นายเฉอ จื้อเจียง ไปคุมขังที่เรือนจำคลองเปรมแทน เพื่อลดปัญหา แต่กลุ่มผู้ต้องขัง “จีนเทา” ก็ยังมีอยู่ และแผลงฤทธิ์เรื่อยมา

สำหรับ นายเฉอ จื้อเจียง เพิ่งถูกศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปประเทศจีน ตามที่รัฐบาลจีนร้องขอ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” คุมตัวส่งขึ้นเครื่องบินกลับจีน 
 

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย
 

แม้หลังจาก นายเฉอ จื้อเจียง ถูกย้ายออกไป สถานการณ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก เพราะกลุ่ม “จีนเทา” ยังเหลืออยู่อีกหลายคน และมีเงินมหาศาลซื้อความสะดวกสบาย การร้องเรียนของผู้ต้องขังที่ทนเห็นความเหลวแหลกไม่ไหว และบางคนก็ถูกรังแก ถูกทำร้ายจากสมุนของกลุ่มจีนเทา จึงยังปรากฏอย่างต่อเนื่อง และมีผู้เสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ
 

กระทั่งปลัดกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้จัดชุดพิเศษ เข้าตรวจค้นแบบ “จู่โจมทางลับ” ทำให้ได้หลักฐานเชิงประจักษ์จำนวนมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ผิดระเบียบเรือนจำ ล้วนเป็น “สิ่งของต้องห้าม” เช่น
 

- ของมีคม

 - บุหรี่

 - ไฟแช็ค

 - ถุงยางอนามัย
 

“สิ่งของต้องห้าม” มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ

 

 1. สิ่งของต้องห้ามซึ่งเป็นของส่วนตัวของผู้ต้องขัง เช่น ของมีคม บุหรี่ ไฟแช็ค พบในห้องและพื้นที่ที่กลุ่มจีนเทา สร้างเป็นอาณาจักรของตัวเอง

 

 2. เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ประเภทไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อน เครื่องนอนต่างๆ สิ่งของเหล่านี้ ไม่สามารถส่งเข้าเรือนจำได้ นอกจาก 2 วิธีการเท่านั้น คือ

 

 - อ้างเป็นสิ่งของบริจาค แต่ต้องบริจาคเป็น “ส่วนกลาง” และใช้ร่วมกันภายใต้การควบคุม

 

 - อ้างเป็นสิ่งของของผู้คุม และผู้คุมนำเข้ามา โดยอ้างว่าเป็นของตัวเอง แต่นำมาใช้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องขังบางราย

 

 - มีรายงานว่ามีการจัดพื้นที่พิเศษ เป็น “พื้นที่ลับ” สำหรับผู้ต้องขังกลุ่มอภิสิทธิ์ชน “จีนเทา” เหล่านี้ ได้ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ

 

ส่วนอาหารพิเศษ ซิการ์ หรือเครื่องดื่มราคาแพง เช่น ไวน์ สามารถส่งฝากผู้คุมในกลุ่มที่รับสินบนได้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และผู้ต้องขังกลุ่มนี้จะมี “พื้นที่อิทธิพล” สำหรับนั่งรับประทานอาหารพิเศษ ฟังเพลง สูบซิการ์ และเล่นการพนันกันทุกวัน ส่วนใหญ่เป็นการเล่นไพ่

 

ผู้ต้องขังที่ได้สิทธิพิเศษ ไม่ได้มีเฉพาะจีนเทา แต่ยังมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ๆ ที่มีเงินหนา ได้รับอภิสิทธิ์ด้วยเช่นกัน
 

เปิดข้อมูล “จีนเทา” ขยายอิทธิพล-สร้างแดนสวรรค์คุกไทย
 

สอบถามเรื่องนี้กับอดีตผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ได้รับข้อมูลว่า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า “ชุดจู่โจมตรวจค้น” สามารถตรวจพบและยึดได้นั้น ไม่น่าจะอยู่ในห้องขังหรือเรือนนอน แต่น่าจะมีการแอบจัดพื้นที่ไว้เฉพาะ หรือใช้ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่บางคน เปิดให้ผู้ต้องขังกลุ่มที่ได้รับอภิสิทธิ์ เข้าไปใช้มากกว่า
 

ส่วนข่าวที่ว่า กลุ่มจีนเทา ฮึกเหิมถึงขั้นใช้เงินจ้างนางแบบสาวชาวจีน ส่งเข้าไปบำเรอถึงในห้องลับในเรือนจำนั้น อดีตผู้บริหารกรมราชทัณฑ์รายนี้ บอกว่า ตนไม่สามารถยืนยันได้ว่า มีห้องลับตามที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ แต่สิ่งของต่างๆ ไม่สามารถนำเข้าไปได้ ยกเว้นฝากเข้าไปกับผู้คุม หรือใช้ช่องทางที่ผู้คุมนำเข้าไป ส่วนของใช้ส่วนตัว ประเภทบุหรี่ ไฟแช็ค ของมีคม สามารถหาได้ในเรือนจำ หากมีเงินจ่าย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการตรวจสอบ จับกุม และลงโทษกันตลอดเวลา
 

"อดีต ผบ.คุก" เคยเบิกความศาลฎีกา คดี "ทักษิณ" ชั้น 14
 

นายมานพ ชมชื่น อดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ที่ถูกสั่งย้าย ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นพยานปากแรกเข้าให้ปากคำ ต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในประเด็นการส่งตัวนายทักษิณ ไปนอนรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ สรุปว่า ตัวเองเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2567 หลังจากที่นายทักษิณ ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.67 โดยปฏิเสธไม่ทราบเกี่ยวกับประวัติรักษาตัวที่ต่างประเทศของนายทักษิณ
 

ทราบเพียงว่า ตอนรับตัวนายทักษิณ มีแพทย์เรือนจำตรวจร่างกาย ระบุว่านายทักษิณ อยู่ในเกณฑ์ผู้ต้องขัง 608 คือ อายุเกิน 60 ปี และมีโรคเรื้อรัง 8 โรค สามารถรักษาในเรือนจำได้ แต่หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอกได้ พร้อมอธิบายกระบวนการ-ขั้นตอนการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำ
 

สำหรับประวัติรับราชการที่กรมราชทัณฑ์ ก่อนโยกย้ายไปอยู่สำนักกิจการยุติธรรม และกลับมาเป็นเลขานุการกรมราชทัณฑ์ แล้วขึ้นเป็นผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ สมุทรสาคร สมุทรปราการ ก่อนมาเป็น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร