ส่วนประเด็นพยาน 2 รายที่เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น พล.ต.ต.สุวัฒน์ บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ และ 2 คนยังไม่เห็นว่าเป็นพยานหรือผู้ต้องหา ขอให้ตำรวจทำงานก่อน
ส่วนประเด็นวงอื่นๆ ก็มีสิ่งใหม่ๆเข้า แต่เราก็จะมุ่งคดีนี้ก่อน โดยวงใหม่จะมีการขยายวงเพื่อดำเนินการต่างหาก ซึ่งจะทยอยขยายวงเข้ามาเรื่อยๆ ยังตอบไม่ได้ว่า จะมีผู้เสียหายวงใหม่ทั้งหมดกี่ราย และกี่วง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วงใหม่มีความเสียหายส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ นั้น พล.ต.ต.สุวัฒน์ ระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการ
"วันนี้ไม่ได้เป็นห่วงอะไร เพราะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเคียงข้างประชาชน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และสามารถตามกรอบระยะเวลา แต่ไม่มีเส้นตาย โดยจะต้องทำการสอบสวนให้เร็วที่สุดและมีละเอียดรอบคอบ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอยู่แล้ว กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงให้ความสำคัญ หากพบว่ามีการกระทำความผิดในเรื่องอื่น และวงอื่นอีก จะปล่อยปละละเลยโดยละเว้นไม่ได้" รอง ผบช.ก. กล่าว
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ "แรมโบ้ อีสาน" เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ปปป. และ ที่อธิบดีกรมการข้าวเข้ามาพบ ปปป. นั้นตนเองยังไม่ทราบละเอียด เพราะติดประชุมอยู่ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นโฆษกในคดีนี้
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า วงใหม่ของขบวนการตบทรัพย์ ที่มีผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีแล้ว และให้ปากคำไปบางส่วนแล้ว มีทั้งหมด 2 วง โดยเจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึง ยังมีข้อมูลอีกหลายวงที่ยังไม่ได้ประสงค์มาแจ้งความ แต่ก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานไว้ด้วย