ที่ปรึกษา “บิ๊กโจ๊ก” รับได้เงินเดือนละ 5 หมื่นบาท
ด้าน พล.ต.ท.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน ในฐานะที่ปรึกษา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยระหว่างการเดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เพื่อมารับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนที่จะเกษียณ โดยยอมรับว่า เคยได้รับเงินช่วยเหลือในการทำคดีต่าง ๆ ในสมัยที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนทำคดี ร่วมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ครั้งละ 50,000 บาท
โดยการให้เงินจำนวนนี้ เห็นว่าเป็นการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไปปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ไม่ต้องไปรบกวนตำรวจในพื้นที่ ที่เข้าไปปฏิบัติงาน ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ซึ่ง พล.ต.อ.เอกสุรเชษฐ์ เป็นคนที่ดูแลลูกน้องเป็นอย่างดี ที่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด ซึ่งในปัจจุบันก็ยังได้รับเงินเดือนละ 50,000 บาท ในฐานะที่ปรึกษาช่วยเหลือทำคดีต่าง ๆ
ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนชุด PCT ออกทั้งหมายค้น และ หมายจับ เห็นว่าเป็นการขอหมายโดยมิชอบ เนื่องจากไม่ระบุข้อมูลส่วนตัว ทั้งยศ ตำแหน่ง และอาชีพ ทำให้การสอบสวน จะไม่มีความเที่ยงตรง และจะพิสูจน์ฝีมือพนักงานสอบสวนว่า มีฝีมือหรือไม่ จะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ หรือมีธงในการทำคดีหรือไม่ แต่ในคดีนี้จะมีธงในการทำคดีหรือไม่ เห็นว่าขึ้นอยู่กับความรู้ความเชี่ยวชาญ ของพนักงานสอบสวน
ส่วนการทำคดี ของพนักงานสอบสวน ที่ออกหมายจับตำรวจ 8 นายในคดีนี้ เห็นว่า หากผู้ต้องหาแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ ก็ไม่มีความผิด แต่ไม่ใช่ว่าหากมีเส้นทางการเงินไปเกี่ยวข้องกับใคร แล้วจะมีความผิดทั้งหมด ซึ่งตามขั้นตอน และตลอดระยะเวลาการทำงานของตน ด้านการสืบสวนด้านยาเสพติด ก็มักจะออกหมายเรียก ก่อนที่จะขอศาลออกหมายจับ เพราะเป็นไปตามขั้นตอน แต่ก็เห็นด้วยหากพนักงานสอบสวน มีหลักฐานเชื่อได้ว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทำผิด ก็ให้เชิญมาให้ข้อมูล ก่อนจะดำเนินการขั้นต่อไป
ซึ่งหากพนักงานสอบสวน ยังทำคดีแบบมีข้อสงสัย ก็อาจทำให้การสอบสวนของตำรวจ ถูกโอนไปยังหน่วยงานอื่น ซึ่งก็จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่มีอำนาจในการสอบสวนเอง และหากชุดสืบสวนสอบสวนพบว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงินโอนมาจากบัญชีม้า และในฐานะที่ปรึกษาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็พร้อมเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเชิญหรือออกหมายเรียก ตนมาให้ปากคำ
ที่ปรึกษา “บิ๊กโจ๊ก “ ปัดไม่รู้ รับเงินบัญชีม้า
พล.ต.ท.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า จากเข้าพบพนักงานสอบสวน เป็นการให้ข้อมูลก่อน ที่จะมีการออกหมายเรียก เพื่อให้พนักงานสอบสวนนำคำที่ให้การไว้ไปพิจารณา ยืนยันว่า ตนได้รับเงินของ "บิ๊กโจ๊ก" ซึ่งได้รับการโอนมาจาก บัญชีม้า พุฒิพงษ์ โอนมาให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ผกก.สืบสวน สภ.สำโรงเหนือ ซึ่งตนก็ได้รับการโอนมาอีกทอดหนึ่ง เดือนละห้าหมื่นบาทในฐานะที่ปรึกษา เเละอีกห้าหมื่บาท เป็นค่าใช้จ่ายในสมาคมสอบสวน
ก่อนหน้านี้เป็นชื่อบัญชีอื่น เเต่เพิ่งจะเป็นบัญชีพุฒธิพงษ์ เมื่อ ต.ค. 65 ยืนยันว่า ไม่ทราบว่า เงินที่โอนมามาจากเว็บพนัน เพียงเเต่ทราบว่า เป็นเงินที่จะได้รับจาก "บิ๊กโจ๊ก" ยืนยันว่าไม่มีส่วนร่วม สมคบกันกระทำความผิด ไม่ได้สมคบกัน เงินที่ได้มาก็มาใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ