พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า ชุดสืบสวนสอบสวน ยังได้ลงพื้นที่ไปสอบถามประวัติของนายส่องศักดิ์ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบิดาของนายส่องศักดิ์ ให้การยืนยันว่า ในช่วงปี 2540-2546 ลูกชายได้มีพฤติกรรมบังคับน้องสาวให้กินสารพิษ ถ้าไม่ทำกินก็จะถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อตนผู้เป็นพ่อทราบ ก็ได้เข้าไปตักเตือนว่ากล่าว กลับถูกลูกชายใช้มีดไล่แทง จึงมีการไปแจ้งความ และตัดพ่อตัดลูกกันตั้งแต่ตอนนั้น
ขณะที่ภรรยาคนที่ 1 ให้การว่า ช่วงคบหากัน ปี 2545-2549 ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติ ภรรยาคนที่ 2 คบหากันปี 2552 แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ให้การว่า ได้ถูกนายส่องศักดิ์ ใช้มีดจี้บังคับให้ไปจดทะเบียนสมรส และยังมีพฤติกรรมเตะ ต่อย ตี จนเจ้าตัวต้องแกล้งสลบ เพื่อไม่ให้ถึงแก่ชีวิต และปัจจุบันก็ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน
ภรรยาคนที่ 3 ให้การว่า ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติ จนกระทั่งนายส่องศักดิ์ มาคบหากับภรรยาคนที่ 4 คือ น.ส.เจษฎา มีลูก 5 คน เสียชีวิต 4 คน และภรรยาคนที่ 5 คือ น.ส.สุนัน มีลูก 3 คน
จากการสอบถามมารดาของ น.ส.สุนัน ให้การว่า นายส่องศักดิ์และ น.ส.สุนัน ได้นำน้องโตโต้ ลูกชายคนสุดท้องมาฝากตนเลี้ยงไว้ ตอนพามาก็มีร่องรอยบาดแผล ทราบว่าถูกนายส่องศักดิ์ทำร้าย เพราะโมโหง่าย และนายส่องศักดิ์ ยังเคยพูดกับน.ส.สุนันว่า "กูไม่ชอบ ไม่สนเด็กผู้ชาย” โดยนายส่องศักดิ์ ก็ไม่เคยมาเยี่ยมหรือส่งเสียค่าเลี้ยงดูเลย ซึ่งคำให้การนี้สอดคล้องกับมูลเหตุว่า ทำไมเด็กชายถึงเสียชีวิต
ส่วนประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนได้ประสานกับ กระทรวง พม. แล้ว โดยเด็กยังอยู่ความดูแลของกระทรวง พม. และไม่พร้อมให้ปากคำ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานว่าตั้งแต่แรกเกิดมาว่า เด็กมีลักษณะเป็นอย่างไร
จากการสอบปากคำ น.ส.เจษฎา ยืนยันว่า ช่วงปี 2564-2565ที่นายส่องศักดิ์ นำเด็กมาให้เลี้ยงดูนั้น เด็กยังปกติ แต่มีเชื้อราที่ปาก ซึ่ง น.ส.เจษฎา ก็ยังสงสัยว่าทำไมอาการเยอะ และหายาม่วงมารักษาให้ ขณะที่นายส่องศักดิ์และ น.ส.สุนัน ยังไม่เปิดปากตอบเรื่องนี้ โดยพนักงานสอบสวน จะเข้าไปสอบปากคำในเรือนจำเพิ่มเติม หลังได้ผลตรวจจากแพทย์นิติเวชว่า สาเหตุเกิดจากอะไร หากพบว่ามีการทำร้ายเด็กจนมีอาการปากแหว่งและอาศัยความพิการไปแสวงหาผลประโยชน์ ก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทำการคัดแยกเหยื่อ หากเข้าองค์ประกอบความผิดค้ามนุษย์ ก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด โดยนางสาวเจษฎาจะมีความผิดด้วย เพราะเป็นผู้เปิดเฟซบุ๊กโพสต์ขอรับบริจาค
พล.ต.ต.นพศิลป์ ระบุด้วยว่า วันจันทร์ที่ 25 กันยายนนี้ พนักงานสอบสวนสน.บางเขน จะเดินทางเข้าพบนายส่องศักดิ์ ส่งแสง หรือ เอ็ม ในเรือนจำ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนคดีการเสียชีวิตของลูกชาย 2 คน ในท้องที่ สน.บางซื่อ เมื่อปี 2556 และปี 2557 ประกอบด้วยข้อหา
ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้น ทำลายศพ, ช่วยเหลือผู้อื่นให้มิต้องรับโทษ และทำลายศพที่ต้องชันสูตรพลิกศพ
ส่วนพฤติการณ์ของนายส่องศักดิ์ เข้าข่ายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหรือไม่ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบหลักฐานทางคดี เพื่อแจ้งข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่น"