นายมานพ ระบุอีกว่า ในการตรวจยึดครั้งนั้นมีด้วยกันหลายรายการ ทางเลขาธิการ ป.ป.ส.จึงได้มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินในคดีนี้ โดยเรียกว่า “กระบวนการกลั่นกรองทรัพย์สินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”
“ตอนนั้นได้มีการเสนอให้ทางเลขาธิการ ป.ป.ส. ออกคำสั่งในการตรวจยึดทรัพย์สินของ นายทุน มิน หลัด หลายรายการ รวมถึงคอนโดมิเนียม ของผู้ต้องหาด้วย แต่ในวันตรวจค้น เจ้าหน้าที่มีการตรวจยึดเอกสารสิทธิของคอนโดฯดังกล่าวเอาไว้ จำนวน 3 ห้อง ซึ่งเป็นชื่อของบุคคลอื่น โดยเจ้าหน้าที่พบเอกสารดังกล่าวอยู่ในห้องของนายทุน มิน หลัด จึงได้เก็บรวบรวมมาไว้เพื่อตรวจสอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้ตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของนายทุน มิน หลัด มาหลายรายการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท”
นายมานพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ และ สอบถามไปยังตัวผู้ต้องหา พบว่าเอกสารสิทธิในคอนโดมิเนียมนั้นเป็นของบุคคลอื่นที่นำมาฝากไว้ เนื่องจากเจ้าของเป็นชาวเมียนมา และอยู่ต่างประเทศ ตามปกติหากเป็นทรัพย์สินที่นำมาฝากไว้ แล้วไม่มีเอกสารที่นำมาประกอบชัดเจน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบของขั้นตอนในกฎหมาย
“ในกรณีนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าเป็นเอกสารที่มีชื่อบุคคลอื่นที่มีตัวตนจริง รวมถึงมีหลักฐานการซื้อคอนโดมิเนียมจากโครงการโดยตรง มีการโอนเงิน จากบัญชีของเจ้าของทรัพย์สินไปยังโครงการของคอนโดมิเนียมโดยตรง ตามราคาจริงที่ระบุไว้ ซึ่งทั้งหมดมีเอกสารยืนยันถูกต้อง ครบถ้วน ดังนั้นในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่มีคำสั่งยึดทรัพย์สินในส่วนนี้ได้ เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ และตัวเจ้าของคอนโดมิเนียมก็ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา”
นายมานพ กล่าวอีกว่า แต่โดยหลักการแล้ว หากเป็นทรัพย์สินของบุคคลอื่น และตรวจสอบแล้วว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ก็สามารถตรวจสอบและยึดอายัดในฐานะผู้มีทรัพย์สินเกี่ยวข้องได้ ซึ่งในกรณีนี้เจ้าหน้าที่พบเอกสารจริง ยืนยันตัวบุคคลมีจริง มีความชัดเจน และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศเมียนมา
“เมื่อเจ้าตัวมีการร้องขอเอกสารคืน และทางเจ้าหน้าที่ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ จึงได้มีการเสนอให้ทางเลขา ป.ป.ส. ว่ายังไม่มีการตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าว และยังไม่มีคำสั่งยึด จึงได้ส่งเอกสารสิทธิคืนให้เจ้าของคอนโดมิเนียมไป แต่เจ้าหน้าที่ได้มีการถ่ายสำเนาเอกสารเอาไว้แล้ว และทำการตรวจสอบ ถ้ามีความชัดเจน เชื่อมโยง กับนายทุน มิน หลัด เจ้าหน้าที่ก็จะยึด และ อายัดคอนโดมิเนียมแห่งนี้ได้ในภายหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการแจ้งข้อมูลในส่วนนี้ให้กับผู้ที่รับเอกสารคืนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากมีการยักย้าย ถ่ายเททรัพย์สิน ก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย”
นายมานพ ระบุอีกว่า ตอนนี้จึงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ และมีทรัพย์สินจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียด และจากการที่มีการร้องเรียนว่าเป็นการคืนคอนโดมิเนียมนั้น จึงขอชี้แจงว่า ยังไม่ได้มีการคืน เนื่องจากยังไม่มีการตรวจยึด เพราะห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่เป็นประเด็นอยู่ในอาคารเดียวกับห้องของนายทุน มิน หลัด
“การตรวจค้นในวันนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีการตรวจยึดห้องชุดแห่งนี้ไว้ แต่เป็นการพบเอกสารสิทธิเพียงเท่านั้น และเมื่อพบเพียงเอกสาร และตรวจสอบเบื้องต้นว่าไม่มีความเชื่อมโยง ก็ยังไม่สามารถเสนอให้เลขา ป.ป.ส. ตรวจสอบทรัพย์สิน หรือ ยึดอายัดทรัพย์สินของเจ้าของห้องชุดแห่งนี้ได้ แต่ถ้ามีข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม ก็สามารถยึด และ อายัดได้ทันที”