สำหรับเส้นทางราชการของ ผู้กองคนดัง รายนี้ ถ้าดูตามเส้นทางแล้ว ผู้กองเรียนจบระดับปริญญาโท และใช้วุฒิการศึกษาเข้ารับราชการตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ซึ่งหากจะมองว่าเป็นการข้ามชั้นยศนั้น จะต้องข้ามไปเป็นระดับสารวัตร ซึ่งการรับราชการตำรวจในระดับสารวัตรนั้น จะต้องไล่เรียงจากการเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจตรี , ร้อยตำรวจโท และ ร้อยตำรวจเอก ซึ่งทั้งหมดมีวาระการทำงาน รวมถึง วุฒิการศึกษา อยู่แล้วจึงจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง
เส้นทางราชการ ของผู้กองดังคนนี้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่การจะเลื่อนตำแหน่งไปสู่ยศพันตำรวจตรี หรือ ระดับสารวัตรนั้น เจ้าตัวจะต้องรับราชการไปอีก 6-7 ปี ตามวาระ ถึงจะได้เลื่อนตำแหน่ง แต่หากเป็นระดับร้อยตำรวจเอก หรือ รองสารวัตร และปีถัดไปได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตร กรณีนี้ไม่สมควร
เขายังบอกอีกว่า เมื่อเกิดกรณีในลักษณะนี้ขึ้น หากมีนายตำรวจคนใดก็ตามที่สมัครเข้ามาด้วยวุฒิปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก ก็ต้องมีการรับราชการตามยศที่ระบุไว้เช่นเดียวกันกับตำรวจหญิงคนนี้ ประมาณ 2 ปี ก็จะได้เลื่อนยศร้อยตำรวจเอก แต่หากมีการเข้ามาด้วยวุฒิการศึกษาปริญญาตรี และรับราชการไปได้สักระยะ ไปเรียนต่อปริญญาโทเพื่อใช้เป็นใบเบิกทางในการเลื่อนตำแหน่ง กรณีนี้ไม่สามารถทำได้ ซึ่งกฎระเบียบระบุไว้ว่าต้องเป็นวุฒิแรกเข้ารับราชการเท่านั้น
สุดท้ายนายตำรวจคนเดิม ระบุอีกว่า ถ้ามองเรื่องของความเหมาะสมในการเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจนั้น ควรเป็นการสอบแข่งขันอย่างเป็นธรรม ถึงแม้จะเป็นสาขาวิชาชีพที่หายาก ก็ต้องมีการประกาศให้ประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งบางสาขาอาจเป็นที่ขาดแคลนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกตัวอย่างเช่นสาขานิเทศศาสตร์ แต่สาขานี้ก็ไม่ได้ขาดแคลนในประเทศไทย คนที่เรียนจบสาขาเหล่านี้มีเยอะ และก็พร้อมที่จะสมัครเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งโอกาสในการเข้าถึงงานที่มั่นคง ควรจะเท่าเทียมกัน
ขอบคุณภาพจาก ศูนย์ฝึกตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ